แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มือถือ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มือถือ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558

พรีวิวมือถือ Samsung Galaxy S6 มาจากนั้น!

มาแล้ว! เปิดตัวพร้อม Samsung Galaxy S6 edge มือถือขอบจอโค้ง 2 ด้าน หน้าจอ 5.1 นิ้ว ตัวเครื่องโลหะ พร้อมทั้งกล้อง 16 ล้านพิกเซล จำหน่าย 10 เมษายนนี้
โหมโรงอย่างเป็นทางการไปแล้ว เพราะว่า Samsung Galaxy S6 สมาร์ทโฟนเรือธงแบบใหม่ล่าสุด ที่เรียกได้ว่า เป็นรุ่นที่ทาง ซัมซุง คิดใหม่ทำใหม่ เลยก็ว่าได้
ซึ่งความเปลี่ยนแปลงอย่างแรก ที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน นั่นก็คือ ดีไซน์ใหม่ เพราะว่าเปลี่ยนจาก ตัวเครื่องพลาสติก มาเป็น ตัวเครื่องโลหะผสมกระจก อีกทั้งยังบางลงกว่าเดิม จับได้ถนัดมือมากขึ้น ซึ่งก่อนที่ Samsung Galaxy S6 จะเปิดตัวด้วยกันวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ เรามาชม พรีวิว Samsung Galaxy S6 กันก่อนว่า มือถือเรือธงรุ่นล่าสุดนี้ จักน่าใช้กว่าเดิม ด้วยกันมีดีไซน์ที่สวยขึ้นมากแค่ไหน
มาโหมโรงกันที่ ดีไซน์ ของ Samsung Galaxy S6 กันก่อน เพราะรุ่นนี้ ถือว่าเป็นรุ่นแรกในตระกูล Galaxy S ที่เปลี่ยนจาก ตัวเครื่องพลาสติก มาเป็นตัวเครื่องแบบโลหะผสมกระจก ซึ่งกระจกที่ใช้บน Samsung Galaxy S6 นั้นก็คือ Gorilla Glass 4 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงเป็นพิเศษอยู่แล้ว
ด้วยปุ่ม Home นั้น ยังคงมี เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ เช่นเดียวกับ Samsung Galaxy S5 แต่ได้เปลี่ยนวิธีการสแกนใหม่ จากการรูดแล้วลากขึ้น กลายเป็นแตะเพื่อปลดล็อคแทน เรียกได้ว่า สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับหน้าจอกว้าง 5.1 นิ้ว แบบ Super AMOLED Display ความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล (QHD) เพราะมีจำนวนพิกเซลต่อตารางนิ้วสูงถึง 577 ppi ที่ช่วยทำให้การแสดงผลภาพในที่กลางแจ้ง ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน ส่วนหน่วยประมวลผล ใช้ชิปเซ็ต Exynos 7420 แบบ Octa-Core Processor (64-bit) ที่ผลิตเพราะสถาปัตยกรรม 14nm รุ่นแรกของโลก พร้อมหน่วยความจำ RAM 3 GB ซึ่งจะช่วยทำให้ประมวลผลได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น แต่ใช้พลังงานแบตเตอรี่น้อยลง
มากันที่เรื่องของกล้องถ่ายรูปกันบ้าง เพราะ Samsung Galaxy S6 รุ่นนี้ ดูเหมือนว่า ทางซัมซุง จะเน้นเรื่องการถ่ายรูปเป็นพิเศษ เนื่องแต่ใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างสูงสุด F/1.9 ทั้งกล้องด้านหน้า และด้านหลังนั่นเอง เพราะกล้องด้านหน้า มาพร้อมกับความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องด้านหลัง ความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ Quick Launch ที่สามารถเข้าใช้งานกล้องได้อย่างรวดเร็วในเวลา 0.7 วินาที แค่ดับเบิลคลิกที่ปุ่ม Home ครับ
เนื่องด้วยใครที่กังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดไว เพราะตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอแบบ QHD นั้น คงจักหายห่วงกันไปได้เลย เนื่องมาจาก Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับฟีเจอร์ Fast Charging ด้วยการชาร์จเหมือนแค่ 10 นาที แต่ศักยใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังรองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายอีกด้วย
ส่วนบริการน้องใหม่แกะกล่องอย่าง Samsung Pay บริการชำระเงินตัดผ่านมือถือ เรียกได้ว่า น่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ ด้วยการใช้เทคโนโลยี NFC ด้วยกัน Magnetic Secure Transmission (MST) จากบริษัท LoopPay ที่ซัมซุงเพิ่งจะเข้าซื้อกิจการไปครั้นไม่นานมานี้ นอกจากนี้ ยังรับประกันความปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยี Samsung KNOX บวกกับระบบสแกนลายนิ้วมือนั่นเอง
เพียงแค่การ พรีวิว Samsung Galaxy S6 ในเบื้องต้น ก็คงทำให้ มือถือเรือธงน้องใหม่ล่าสุดรุ่นนี้ น่าใช้กับน่าสัมผัสกันบ้างอย่างแน่นอน ส่วน Samsung Galaxy S6 จะควงคู่มาพร้อมกับ Samsung Galaxy S6 edge โหมโรงในไทยตราบใดไหร่ พร้อมกับจักเคาะค่าเริ่มต้นที่เท่าไหร่นั้น คงต้องติดตามกันถัดจากครับ - phonearena.com
สรุปสเปค ฟีเจอร์ กับคุณสมบัติที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy S6
เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อ Samsung Galaxy S6 มือถือเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ในปีนี้ เริ่มพร้อมกับ Samsung Galaxy S6 edge มือถือขอบจอโค้ง 2 ด้าน ตามข่าวโจษก่อนหน้านั้นนั่นเอง
เพราะว่าดีไซน์ของทั้ง Samsung Galaxy S6 ด้วยกัน Samsung Galaxy S6 edge นั้นตรงกับภาพหลุดที่แสดงตัวออกมาก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น กรอบตัวเครื่องแบบโลหะ, บอดี้แบบกระจกทั้งด้านหน้า กับด้านหลัง ที่ทำให้ Samsung Galaxy S6 นั้น ดูพรีเมียมกว่ารุ่นก่อนหน้ามากเลยทีเดียว
Samsung Galaxy S6 edge
นอกจาก Samsung Galaxy S6 จะชูจุดเด่นในเรื่องของ ดีไซน์ เป็นหลักแล้ว ยังมาพร้อมกับกล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 ช่วย ในเรื่องของการถ่ายภาพในที่แสงน้อยเป็นหลัก ทำให้ได้ภาพที่คมชัด พร้อมด้วยสว่างสดใสมากกว่า มือถือรุ่นอื่นๆ นอกจากนี้ ยังรองรับการทำธุรกรรมแบบออนไลน์ กับ Samsung Pay ระบบการ จ่ายเงินตัดผ่าน NFC พร้อมทั้ง Magnetic Secure Transmission (MST) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมจาก LoopPay ที่ซัมซุงได้เข้าซื้อกิจการไปครั้นไม่นานนี้นั่นเอง
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลกว้าง 5.1 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียด 2560 x 1440 พิกเซล (577 ppi) ซึ่งกระจกหน้าจอนั้น เป็นแบบ Corning Gorilla Glass 4 ที่ทางซัมซุง การันตีว่า มีความแข็งแรงทนทานมากเป็นพิเศษ และไม่โค้งงออีกด้วย
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับชิปเซ็ต Exynos 7420 ที่ทางซัมซุงพัฒนาเอา เพราะเป็นชิ ปเซ็ตแบบ 64-bit ประกอบไปด้วย หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Cortex-A57 Processor ความเร็ว 2.1 GHz พร้อมทั้ง Quad-Core Cortex-A53 Processor ความเร็ว 1.5 GHz, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิค Mali-T760 GPU พร้อมทั้งหน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB ส่วนหน่วยความจำภายในตัวเครื่อง มีให้เร่ำลือก 3 ขนาดความจุด้วยกัน ได้แก่ 32 GB, 64 GB ด้วยกัน 128 GB ซึ่ง Samsung Galaxy S6 ไม่ทำเป็นเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้ครับ
นอกจากนี้ Samsung Galaxy S6 ยังรองรับ LTE Cat.6, Wi-Fi ac, Bluetooth 4.1, NFC, GPS + GLONASS พร้อมกับ Beidou, IR blaster รวมไปถึงวิทยุ FM radio
รัน Android 5.0 (Lollipop) พร้อม TouchWiz ดีไซน์ใหม่
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 5.0 (Lollipop) ตั้งแต่แกะกล่อง ครอบทับด้วยTouchWiz UI เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการออกแบบใหม่ มีดีไซน์ที่เรียบง่ายขึ้น และน่าใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม
กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เน้นถ่ายรูปในที่แสงน้อย
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทาง ซัมซุง ภูมิใจนำเสนอ นั่นก็คือ กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์แบบ ISOCELL พร้อมด้วยระบบกันภาพสั่นแบบ OIS นอกจากนี้ Samsung Galaxy S6 ยังมาพร้อมกับรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 ที่ทางซัมซุง คอนเฟิร์มว่า หมดห่วงเรื่องการถ่ายรูปในที่แสงน้อยไปเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีไฟแฟลชแบบ LED กับ Heart Rate Sensor วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ด้านหลังตัวเครื่องอีกด้วย
ส่วนกล้องด้านหน้า มาพร้อมกับความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีระบบเปิดกล้องเร็วแค่ 0.7 วินาที (Quick Launch) ด้วยการกดที่ปุ่ม Home 2 ครั้ง
เปรียบเทียบภาพถ่ายของกล้องด้านหลัง ระหว่าง iPhone 6 Plus พร้อมทั้ง Samsung Galaxy S6
เปรียบเทียบการถ่ายวีดีโอ ระหว่าง iPhone 6 Plus และ Samsung Galaxy S6
Fast Charging ชาร์จแบตได้เร็วขึ้น
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 2550 mAh ซึ่งไม่สมรรถถอดแกะฝาหลังเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้อีกรองลงไป ทำให้ทางซัมซุง ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ นั่นก็คือ Fast Charging ด้วยการชาร์จปาง 10 นาที แต่เชี่ยวชาญใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมง ซึ่ง ชาร์จเร็วกว่า Samsung Galaxy S5 ถึง 1.5 เท่า พร้อมทั้งครั้นเทียบการชาร์จในระยะเวลาที่เท่ากัน Samsung Galaxy S6 จักอยู่ได้นานกว่า iPhone 6 ถึง 50% ครับ
Samsung Pay ระบบการชำระเงินบนมือถือแบบใหม่
หลังจากที่ซัมซุงเข้าซื้อกิจการของ LoopPay ไปเท่าที่ไม่นานมานี้ ก็ได้เริ่มเทคโนโลยีที่มากับบริษัทดังกล่าว ภายใต้ชื่อ Samsung Pay นั่นเอง เพราะว่า Samsung Pay รองรับการใช้งานทั้ง Visa กับ Mastercard ซึ่งนอกจากจะจ่ายทะลวงเทคโนโลยี NFC แล้ว ยังศักยใช้งานข้าม Magnetic Secure Transmission (MST) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมจาก LoopPay นั่นเอง ทำให้มีร้านค้ารองรับบริการดังกล่าวกว่า 30 ล้านร้านค้าทั่วโลกเลยทีเดียว
นอกจาก Samsung Pay จะรองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านโทรศัพท์มือถือแล้ว ยังรองรับการจ่ายผ่านบัตรเติมเงิน ด้วยกันบัตรของขวัญอีกด้วย ส่วนในเรื่องของความปลอดภัย มี Samsung KNOX พร้อมกับ ARM TrustZone รองรับอีกทีครับ
Samsung Pay จะเปิดให้ใช้บริการในช่วงหน้าร้อนนี้ ในสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ก่อน โดยในช่วงแรก รองรับการใช้งานเฉพาะบน Samsung Galaxy S6 พร้อมด้วย Samsung Galaxy S6 Edge เท่านั้น
สนนราคา พร้อมด้วย วันวางจำหน่าย Samsung Galaxy S6 ในไทย
ในงานโหมโรง ทางซัมซุง ได้ประกาศว่า จะวางจำหน่ายทั้ง Samsung Galaxy S6 พร้อมกับ Samsung Galaxy S6 Edge ในวันที่ 10 เมษายนนี้ ใน 20 ประเทศ แต่ยังไม่ได้มีการระบุว่า มีประเทศใดบ้าง งานนี้ สาวกซัมซุงในไทย คงต้องไปลุ้นกันอีกทีว่า ประเทศไทย จะมีบัญชีชื่ออยู่ใน 20 ประเทศแรกหรือไม่ไม่ ส่วนมูลค่า ยังไม่มีการเปิดเผยในงาน
อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะมีงานโหมโรง Samsung Galaxy S6 กับ Samsung Galaxy S6 edge ได้มีข้อมูลค่าของทั้ง 2 รุ่นปูดออกมา ทั้ง 3 ขนาดความจุ สรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้ครับ
สนนราคา Samsung Galaxy S6 (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 32 GB :€749 (เกือบๆ 27,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 64 GB :€849 (คะเน 31,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 128 GB : €949 (ประมาณ 34,000 บาท)
สนนราคา Samsung Galaxy S6 edge (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 32 GB :€849 (คร่าวๆ 31,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 64 GB :€949 (ประมาณการ 34,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 128 GB : €1049 (คาดคะเน 38,000 บาท)
ซึ่งมูลค่าข้างต้นนี้ เป็นค่าที่อยู่ในประเทศแถบโซนยุโรป แน่นอนว่า มีมูลค่าที่สูงกว่า ประเทศในแถบเอเชีย อย่างบ้านเราเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ถ้าแม้เรามาลอง คำนวณ สนนราคา Samsung Galaxy S6 แบบคร่าวๆ สมมติให้ สนนราคา Samsung Galaxy S6 เท่ากับ ราคา Samsung Galaxy S5 ตอนเปิดตัว ที่ 23,800 บาท
ส่วนมูลค่า Samsung Galaxy S6 edge ให้อ้างอิงจากค่า Samsung Galaxy Note Edge (แต่สมมติให้ถูกกว่า 1,000 บาท) จะสรุป มูลค่า Samsung Galaxy S6 พร้อมกับ Samsung Galaxy S6 Edge ในไทย ได้ดังนี้
ค่า Samsung Galaxy S6 ในไทย (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 32 GB ค่า 23,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 64 GB มูลค่า 27,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 128 GB สนนราคา 31,800 บาท

มูลค่า Samsung Galaxy S6 edge ในไทย (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 32 GB ค่า 27,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 64 GB สนนราคา 31,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 128 GB ค่า 35,800 บาท
อย่างไรก็ดี ราคา Samsung Galaxy S6 และ Samsung Galaxy S6 edge ในไทยข้างต้น เป็นการเกือบๆการเท่านั้น ไม่ใช่สนนราคาครันแต่อย่างใด ต้องติดตามกันรองลงไปว่า ซัมซุง ประเทศไทย จะประกาศราคาของทั้ง 2 รุ่น ไว้ที่เท่าใดครับ

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1395065/

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2558

Samsung Galaxy S6 Edge กับ 5 สิ่งที่คุณอาจยังไม่รู้ ?

การเริ่ม Samsung  แบบ แพ็คคู่ แม้ดีไซน์ด้วยกันฟีเจอร์โดยรวมแทบไม่ต่างกัน แต่ความน่าสนใจของ Galaxy S6 Edge อยู่ที่หน้าจอแสดงผลที่โค้งเอียงลงทั้งด้านซ้ายกับขวา ซึ่งนอกจากจักเป็นการแสดงเทคโนโลยีด้านจอภาพของ Samsung เองแล้ว Galaxy S6 Edge ยังมีอีก 5 เรื่องที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน ?
1. หน้าจอด้านข้างเสมือนจอที่สอง
Galaxy-S6-edge
หน้าจอที่โค้งเอียงลงมาด้านข้างของ Galaxy S6 Edge ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความเลิศหรู แต่มันเป็นได้เป็นหน้าจอแสดงผลหรือว่าแจ้งเตือนได้ พร้อมกับสนับสนุนให้ผู้ใช้อาจจะกำหนดแอพพลิเคชันที่ใช้บ่อยครั้ง เพราะว่าการเรียกใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
2. แบตเตอรี่กับการทำงานร่วมกับชิปประมวลรุ่นใหม่ 
แม้ Galaxy S6 Edge จะให้แบตเตอรี่ความจุพาง 2600 mAh ซึ่งน้อยกว่าที่หลายคนคาดหวัง แต่ด้วยชิปประมวลรุ่นใหม่ที่ Samsung ระบุว่าเป็นการออกแบบภายใต้สถาปัตยกรรม 14 นาโนเมตร จะคอยช่วยจัดสรรการใช้พลังงานได้อย่างประสิทธิภาพ รวมไปถึงเป็นการลดการใช้ พลังงาน ส่งผลดีต่อชั่วโมงการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้น
3. แบตเตอรี่ถอดไม่ได้อีกรองลงไป
Galaxy-S6-edge-3
หลายคนที่ใช้สมาร์ทโฟนของ Samsung อาจคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ ไม่ใช่หรือการถอดแบตเตอรี่ในกรณีที่เครื่องค้าง เป็นต้น แต่เหตุด้วยใน Samsung Galaxy S6 Edge เหรอ Galaxy S6 จะไม่ทำได้ถอดแบตเตอรี่ได้อีกถัด ดังนั้นต่างว่าแบตเตอรี่ใกล้จักหมดทางเเอิกเกริกกที่ช่วยยืดชั่วโมงการใช้งาน คือการใช้ Ultra Saving Mode ไม่ใช่หรือการใช้ Power Bank นั่นเอง
4. ตำแหน่งของลำโพง
Galaxy-S6-edge-2
แม้สาวก iPhone จักแอบเหน็บแนมว่าบางส่วนของการออกแบบ Samsung Galaxy S6 Edge หรือไม่ก็ Galaxy S6 จะมีความคล้ายคลึงกับ iPhone 6 / iPhone 6 Plus อาทิ ตำแหน่งลำโพงที่ถูกย้ายถิ่นมาอยู่ด้านล่างตัวเครื่อง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้มาพร้อมกับประสิทธิภาพของเสียงที่ดีขึ้นกับ ความดังที่มากขึ้นเช่นกัน
5. Micro SD ไม่มีอีกแล้ว
ความจุภายในของ Samsung Galaxy S6 Edge หรือว่า Galaxy S6 เปิดมู่ลี่ต้นที่ 32 GB, 64 GB และ 128 GB ตามลำดับ ซึ่งสิ่งที่คู่กับตระกูล Galaxy S มาเพราะว่าตลอดนั่นคือ micro SD เนื่องด้วยการเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูล แต่ในเจเนอเรชั่นที่ 6 ทาง Samsung ได้ตัดสิ่งนี้ออกไป พร้อมกับยกเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Universal Flash Storage หน่วยความจำใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพราะ Samsung ช่วยให้การอ่านใช่ไหมเขียนข้อมูลทำได้เร็วกับมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Samsung Galaxy S6 Edge เตรียมวางขาย 10 เมษายน ศกนี้
ภาพจาก Wired

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ยอดกะเกณฑ์งานเลี้ยง Thailand Mobile Expo 2015 เมื่อวันที่ 12-15 กุมภาพันธ์

Thailand Mobile Expo 2015 สุดคึกคักรับต้นปี ยอดผู้เข้าชมงาน กับยอดเงินสะพัดเติบโตทะลุเป้า
     บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด ผนึกกำลังพันธมิตรโทรศัพท์มือถือกว่า 40 แบรนด์ดังชั้นนำ อาทิ Samsung, OPPO, i-mobile, Microsoft, Sony, HTC, LG, Wiko, VIVO พร้อมทั้ง Huawei ร่วมด้วยโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ทั้ง 4 ค่าย AIS, DTAC, TrueMove H, TOT พร้อมทั้งบริษัทคู่ค้า จัดงาน Thailand Mobile Expo 2015 ครั้งที่ 20 มหกรรมมือถือ ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ จนกระทั่งวันที่ 12 - 15 กุมภาพันธ์ ที่ข้ามมา
     นาย โอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด เปิดปูดถึงภาพรวมของการจัดงานThailand Mobile Expo 2015 ว่ามีจำนวนผู้เข้าชมงาน พร้อมกับยอดเงินสะพัดเติบโตเป็นที่น่าพอใจ ในระดับที่เรียกได้ว่าเกินคาด ด้วยตัวเลขของยอดเงินสะพัดภายในงาน 1.5 พันล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 20% ปางเทียบกับการจัดงานในครั้งก่อน
     ทั้งนี้เหตุเพราะสมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่มีสนนราคาสูงยังคงมีกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ซึ่งเป็นสิ่งที่เกินกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนจัดงาน ว่ากลุ่มผู้บริโภคจักเทกำลังซื้อไปที่กลุ่มสมาร์ทโฟนระดับเปิดฉากต้น ไปจนถึงระดับกลางมากกว่า
     แต่ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับว่ากลุ่มสมาร์ทโฟนระดับเกริ่นต้น ไปจนถึงระดับกลางซึ่งมาพร้อมสเปคสุดคุ้มก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นให้จำนวนยอดเงินสะพัดภายในงานเติบโตได้ดี ทั้งนี้ก็เป็นผลมาจากการแข่งขันอันดุเดือดของตลาดสมาร์ทโฟน ที่ทำให้กลุ่มผู้บริโภคเป็นได้เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนพร้อมทั้งแท็บเล็ตที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ
     ซึ่งมีสเปคเทียบเท่าสมาร์ทโฟนระดับสูง อาทิหน่วยประมวลผล 64 bit, หน่วยประมวลผลแบบ Octa-core, รองรับการเชื่อมต่อ 4G, RAM 2 GB, กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูง ฯลฯ ได้ในระดับค่าไม่ถึงหมื่นบาท นอกจากนี้การเปิดพื้นที่จัดแสดงงานเพิ่มเติมเพื่อรองรับแบรนด์มือถือที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
     และการเปิดพื้นที่จัดงาน Mobile Game Zone เพื่อตอบรับกระแสของเกมบนสมาร์ทโฟนที่กำลังมาแรง ก็ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมาก ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้จำนวนผู้เข้าชมงานมีมากถึง 6.9 แสนคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นถึง 20% เท่าที่เทียบกับการจัดงานในครั้งก่อน ซึ่งจากการตอบรับที่ดีเหล่านี้ ต้องถือเป็นข่าวดีเพราะด้วยคอเกมบนสมาร์ทโฟน ว่าจะได้พบกับ Mobile Game Zone ในการจัดงานครั้งหน้าอย่างแน่นอน
     นาย โอภาส กล่าวต่อว่า แนวโน้มในการเโจษจันกซื้อสมาร์ทโฟนของผู้เข้าชมงานในครั้งนี้ ยังคงพุ่งเป้าไปที่สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย เสริมด้วยเรื่องของวัสดุ, งานประกอบพร้อมด้วยความบางของตัวเครื่อง
     อีกทั้งเทรนด์การถ่ายภาพเซลฟี่ที่กำลังมาแรงยังส่งผลให้กล้องหน้าของสมาร์ทโฟนเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคนำมาพิจารณาร่วมด้วย นอกจากนี้ยังสังเกตได้ว่า กลุ่มผู้บริโภคได้มีการศึกษาหาความรู้ในการเเล่าลือกซื้อสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าเหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองมาเป็นอย่างดี ก่อนมาสัมผัส ทดลองเล่นเครื่องนักภายในงาน เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการเเอิกเกริกกซื้อสมาร์ทโฟนที่ประสิทธิภาพการใช้งานซึ่งตอบโจทย์ได้ตรงตามความต้องการของตัวเอง
     ด้วยกันเพราะว่าพื้นที่จัดแสดง Gadget Zone ซึ่งทางเราได้เล็งเห็นถึงกระแสความนิยม กับได้เปิดพื้นที่เพื่อจัดแสดงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2014 จนมาถึงการจัดงานในครั้งนี้เราได้สั่ง Gadget ต่างๆ ที่เพิ่งเปิดตัวไปในงาน CES 2015 ตราบใดช่วงต้นปี มาจัดแสดงเป็นที่แรกในประเทศไทย
     ก็เป็นที่น่าดีใจว่า Gadget เหล่านี้ยังคงได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากผู้เข้าชมงาน เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงทิศทางตลาดของสินค้ากลุ่ม Smart Watch, Wearable Device พร้อมด้วย Drone ที่น่าจักเติบโตขึ้นไปได้อีก ด้วยกันเป็นที่แน่นอนว่าทางเราก็ยังคงให้ความสำคัญกับ Gadget Zone ด้วยการสรรหา Gadget ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ มาจัดแสดงอย่างต่อเนื่องในการจัดงานครั้งต่อๆ ไป นายโอภาส กล่าวปิดท้าย
     แล้วพบกันใหม่ที่งาน Thailand Mobile Expo 2015 Hi-End ครั้งที่ 21 มหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งจักจัดขึ้นในวันที่ 7 - 10 พฤษภาคม 2558 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. เป็นต้นไป
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2558

คาดหมาย iPhone 6s จะมาพร้อมกับกล้องเลนส์คู่ ให้คุณภาพสมดุลกล้อง DSLR

ข้อมูลลือ  เริ่มมีออกมาบ้างแล้ว เพราะหลายแหล่งข่าวรายงานตรงกันว่า แอปเปิลเตรียมจะยกระดับกล้องถ่ายรูปหลังบน iPhone 6s (หรืออาจจะชื่อ iPhone 7) ให้เป็นกล้องถ่ายรูปแบบคู่ หรือ Dual-Lens
โดย John Grubber สาวกแอปเปิลชื่อดังได้เผยว่าเขาได้รับข้อมูลบางอย่างว่าแอปเปิลอาจจะใช้กล้องหลังบนไอโฟนรุ่นต่อไปเป็นแบบคู่ ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน ก็มีข่าวจากทางโรงงานที่ผลิตชิ้นส่วนส่งต่อให้แอปเปิล ว่ากำลังวิเคราะห์เรื่องดีไซน์ระบบเลนส์ถ่ายรูปอยู่จริง
ระบบกล้องเลนส์คู่นี้จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่มาก เนื่องจากมีให้เห็นบ้างแล้วในสมาร์ทโฟนหลายรุ่นด้วยกัน เพียงแต่จากข่าวที่หลุดมา คาดว่าแอปเปิลจะทำให้ระบบล้ำขึ้นไปอีก เช่น สามารถถ่ายภาพซูมแบบ Optical ได้, คุณภาพเทียบเท่ากล้อง DSLR, ถ่ายภาพที่แสงน้อยได้ดีขึ้น รวมถึงอาจจะใช้การถ่ายภาพ 3 มิติในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เราจะสามารถคิดค้นคอมพิวเตอร์ที่มีจิตสำนึกได้จริงๆ ในหนหน้าหรือไม่ ???

[บทความพิเศษ] เราจะอาจจะสร้างคอมพิวเตอร์ที่มีจิตสำนึกได้จริงๆ ในอนาคตหรือไม่ ???
เชื่อว่าเราๆ ท่านๆ คงจะได้เห็นหุ่นยนต์ที่มีความคิดเป็นของตัวเองกันมาอย่างมากมายจากใน จอเงินครับ ไม่ว่าจักเป็น Skynet จาก Terminator เหรอจักป๊าเดปป์จาก Transcendence ฯลฯ อีกมากมาย ซึ่งทำให้ใครหลายๆ คนอดคิดไม่ได้ครับว่าในอนาคตนั้นเราจักมีคอมพิวเตอร์ที่มีความรู้สึกนึกคิด เป็นของตัวเองใช่ไหมไม่ วันนี้เราจะมาไขคำตอบกันครับว่าเรื่องจากภาพยนตร์ Sci-Fi จะกลายมาเป็นความเป็นแน่แท้ได้อย่างไร
ก่อนที่เราจะไปเรียนรู้กันว่าคอมพิวเตอร์นั้นเชี่ยวชาญที่จักมีความรู้สึกนึก คิดได้หรือไม่นั้น สิ่งแรกที่เราต้องทำความรู้จักก่อนก็คือปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่หรือ Artificial Intelligence หรือไม่ก็เรียกสั้นๆ ว่า A.I. ครับ A.I. นั้นคือการพัฒนาโปรแกรมให้ระบบคอมพิวเตอร์มีพฤติกรรมให้เหมือนกับมนุษย์มาก ที่สุดเท่าที่จักทำได้
วิธีการที่จักทำให้คอมพิวเตอร์นั้นมีพฤติกรรมเหมือนกับมนุษย์นั้นเราจะจักทำ การเพิ่มความอาจในการเรียนรู้กับความเก่งทางประสาทสัมผัสให้กับเครื่อง คอมพิวเตอร์ก่อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นจักเลียนแบบมาจากรูปแบบการเรียนรูปพร้อมด้วยการตัดสินใจของ มนุษย์ครับ A.I. นั้นมีหลายสาขาครับอันประกอบไปด้วย
  • Expert-System หรือว่าระบบผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นระบบให้คำปรึกษาในการจัดการปัญหา เพราะอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญของมนุษย์ที่ได้ใส่เอาไว้ในโปรแกรม
  • Neural Network ใช่ไหมระบบจำลองคอมพิวเตอร์ให้อาจทำงานเหมือนกับสมองของมนุษย์ได้(หรือไม่ก็อย่างน้อยก็จำลองให้เหมือนมากที่สุด)
  • Genetic Algorithms หรือไม่ก็ปัญญาประดิษฐ์ที่เอาไว้ใช้ด้วยการสร้างทางเฟุ้งเฟื่องกจำนวนมาก รวมไปถึงตัดสินใจเลือกทางเฟุ้งเฟื่องกที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้เพราะว่าปัญหานั้นๆ
  • Natural Language Processing ใช่ไหมการประมวลภาษาธรรมชาติ เป็นการโปรแกรมเพื่อให้คอมพิวเตอร์เชี่ยวชาญที่จะเข้าใจกับประมวลผลภาษา ธรรมชาติของมนุษย์ เช่นคำพูดหรือไม่ก็ภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร ฯลฯ แล้วคอมพิวเตอร์รอบรู้ที่จะทำการโต้ตอบได้อย่างเหมาะสมกับภาษานั้นๆ
  • Learning System หรือไม่ก็ระบบการเรียนรู้เป็นระบบที่สร้างขึ้นเพื่อให้คอมพิวเตอร์อาจจักที่จะทำ การเรียนรู้ได้จากประสบการณ์(ตัวอย่างเช่นคอมพิวเตอร์เชี่ยวชาญเรียนรู้ได้ว่า ขับฝ่าไฟแดงเป็นเรื่องผิด) หลังจากนั้นคอมพิวเตอร์เชี่ยวชาญที่จะโต้ตอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่าง เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม(ตามสิ่งที่เรียนรู้มา)
  • Vision System ใช่ไหมระบบการมองเห็นเป็นระบบที่คอมพิวเตอร์สมรรถที่จะทำการบันทึกสิ่งที่มอง เห็น แล้วเก็บไว้ในหน่วยความจำในลักษณะของรูปภาพ ตัวอย่างเช่นระบบวิเคราะห์รอยนิ้วมือ(เทียบกับมนุษย์ก็คือความทรงจำในลักษณะ ที่เป็นรูปภาพ)
  • Robotic หรือไม่ก็หุ่นยนต์เป็นการพัฒนาเครื่องจักรกลหรือว่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้เป็นได้ทำ การเคลื่อนไหวได้เฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ เพราะการเคลื่อนไหวนั้นจักมีความแม่นยำเที่ยงตรงกว่ามนุษย์หลายเท่า(เนื่องจากว่า หุ่นยนต์ไม่มีกล้ามเนื้อให้เกิดความเหนื่อยล้า)
การที่วิชาทางด้านปัญญาประดิษฐ์แยกลักษณะของปัญญาประดิษฐ์ไว้หลายๆ ฝ่าย ก็เนื่องมากจากการทำงานกับหลักของการเขียนโปรแกรมเนื่องด้วยปัญญาประดิษฐ์แต่ละ สายจักไม่เหมือนกันครับ พร้อมทั้งจากข้อมูลข้างต้นเราจักเห็นได้ว่าปัญญาประดิษฐ์นั้นถูกจำลองมาจากพฤติกรรม ของมนุษย์แทบทั้งสิน
ปัญหาที่ตามมาก็คือปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้จะทำได้สู้กับพฤติกรรมกับความ รู้สึกนึกคิดของมนุษย์อย่างเราๆ ท่านๆ ได้หรือไม่ ให้ลองดูจากตารางดังหลังจากนั้นนี้ครับ
จากตารางท่านจักเห็นได้ครับว่าปัญญาประดิษฐ์นั้นไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเหนือ มนุษย์ไปหมดทุกอย่าง สิ่งหนึ่งที่เป็นทั้งผลดีพร้อมด้วยผลร้ายในเวลาเดียวกันก็คือจิตใต้สำนึกเรื่องของ ความดีงามนั้นปัญญาประดิษฐ์ไม่มีเหมือนมนุษย์เราครับ ตัวอย่างเช่นเรื่องของการลักขโมย มนุษย์เราครั้นปรารถนาจักได้ของอะไรสักอย่างที่อยู่ตรงหน้าแต่ว่าของชิ้นนั้นไม่ ใช่ของเรา ด้วยประสบการณ์พร้อมทั้งคำสั่งสอนรวมไปถึงความรู้ทางด้านกฎหมาย อาจจะทำให้เราใตร่ตรองด้วยกันตกลงใจไม่ทำการลักขโมยนั้น
ในทางกลับกันถ้าเป็นปัญญาประดิษฐ์แล้ว การตกลงใจเร่ำลือกว่าจักขโมยไม่ใช่หรือไม่ขโมยนั้นมีปัจจัยหลายอย่างซึ่งขึ้นอยู่กับ ว่าปัญญาประดิษฐ์นั้นจะมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการลักขโมยในครั้งนั้นมาก แค่ไหน พร้อมทั้งคอมพิวเตอร์ก็จะเเอิกเกริกกคำตอบที่ดีที่สุดที่อาจจะทำการประมวลผลออกมาได้ ซึ่งนั่นอาจจักหมายถึงการขโมยของชิ้นนั้น เป็นต้นครับ(ก็เพราะว่ายังไม่มีกฎหมายที่ใดบนโลกนี้ที่สนทนาว่าหุ่นยนต์ลักขโมยแล้ว มีความผิดเป็นต้น)
เท่าที่เรามองว่าหน่วยประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นเหมือนกับสมองที่ ใช้ในการตกลงใจนั้น สิ่งนี้ก็ไม่ผิดมากนักครับ เพราะว่าตั้งแต่เรามีเครื่องคอมพิวเตอร์มานั้น คอมพิวเตอร์ก็ได้เข้ามาทำงานทางด้านการปลงใจหลายๆ อย่างแทนมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานที่มีความละเอียดไม่ว่าจักเป็นงานทางด้านตัวเลข หรือไม่งานทางด้านการประมวลผลข้อมูล
สิ่งหนึ่งที่คอมพิวเตอร์มีดีกว่ามนุษย์เราก็คือคอมพิวเตอร์ไม่รู้จักเหนื่อย ล้าครับ ซึ่งนั่นทำให้คอมพิวเตอร์ทำเป็นที่จักทำการประมวลผลได้ตลอดเวลาเลยที เดียว(ถ้าเครื่องไม่ร้อนจนไหม้ไปซะก่อน) แต่มนุษย์เรานั้นมีความเหนื่อยล้าจากปัจจัยหลายๆ อย่างเกิดขึ้นดังนั้นเราต้องมีการพักผ่อนครับ
คุณอาจจะชี้แจงว่าถ้าเรากลัวปัญญาประดิษฐ์ทำผิดก็ให้โปรแกรมไปด้วยว่าสิ่ง ไหนที่ปัญญาประดิษฐ์ทำแล้วจักผิด ซึ่งเรื่องนี้นั้นก็ได้มีการถกเถียงมากมายกันอย่างกว้างขวางครับ เพราะแม้กระทั่งมนุษย์เองแล้วนั้น
การกระทำในเรื่องเดียวกันบางคนอาจจักคิดว่าสิ่งนี้ผิด ส่วนอีกคนอาจจะคิดว่าสิ่งนี้ไม่ผิดก็เป็นได้ สมมตคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบดูภาพยนตร์ Sci-Fi บ่อยๆ แล้วหล่ะก็ คุณจักเห็นได้อย่างชัดเจนครับว่าเพราะส่วนมากแล้วหุ่นยนต์ที่มีปัญญาประดิษฐ์ อยู่ด้วยนั้นจักปฏิบัติตามสิ่งที่จักทำให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด(ไม่ใช่หรือสิ่ง ที่ดีที่สุด) แม้แต่นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์เองก็มีความเห็นที่แตกต่างกันออกไปในเรื่อง นี้ครับ มีทั้งเสียงที่สนับสนุนพร้อมทั้งเสียงที่ไม่สนับสนุนครับ
นักวิทยาศาสตร์อย่าง Stephen Hawking นั้นเคยพูดว่าการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบันนั้นยังไม่จำเป็นมากนัก ที่เราจักต้องใส่ใจในเรื่องของความกลัวเหมือนอย่างจอเงิน Sci-Fi แต่ในอนาคตถ้าเทคโนโลยีรุดหน้าไปมากขึ้นจนกระทั่งปัญญาประดิษฐ์ได้รับการ พัฒนาจนมีความสมรรถที่เท่าเทียมกับมนุษย์เราทั้งทางด้านกายภาพกับทางด้าน ความคิด ทันทีที่นั้นปัญญาประดิษฐ์จักรอบรู้ที่ทำการพัฒนาความรู้ความศักยของตัวเองต่อ ไปเหมือนมนุษย์ได้
ซึ่งจักทำให้การควบดูแลปัญญาประดิษฐ์ที่อาจจะอยู่ในรูปแบบของหุ่นยนต์หรือไม่ คอมพิวเตอร์นั้นยากขึ้น ท้ายที่สุดแล้วด้วยความทำได้ในการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ที่มีมากกว่า มนุษย์หลายเท่านักก็จักเอาชนะวิวัฒนาการของมนุษย์ที่ค่อยๆ พัฒนาไปอย่างช้าๆ ได้ครับ
สิ่งที่เราๆ ท่านๆ เคยเห็นในจอเงิน Sci-Fi นั้นอาจจะเป็นครันขึ้นมาในอนาคตครับ เนื่องจากว่าว่าวงการของการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์นั้นก้าวไปเร็วมาก ในปัจจุบันเราศักยที่จะทำให้คอมพิวเตอร์สามารถที่จะพูดคุยติดต่อสื่อสาร กับเราได้อย่างรู้เรื่อง ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวที่ไหน
คุณลองมองไปที่สมาร์ทโฟนของคุณเองก็ได้ครับ ถ้าเป็น iOS ก็จะมี Siri ที่ทำเป็นคุยกับเราได้ ส่วนระบบ Android ก็มี Google Now เพราะ Windows Phone เองนั้นก็มี Cortana สิ่งต่างๆ เหล่านี้เหมือนอาจจะพึ่งตั้งต้นต้นมาได้ไม่นานนักแต่ความเร็วในการพัฒนาของ ระบบต่างๆ เหล่านี้นั้นไปได้รวดเร็วกว่าที่เราๆ ท่านๆ คิดไว้มาก(ดูง่ายๆ ครับ iPhone พึ่งมีรุ่นที่ 6 ไปไม่นาน ก็ยังเก่งขนาดนี้) นี่ยังไม่รวมไปถึงเทคโนโลยีของหุ่นยนต์ที่นับวันจะมีการจำลองมาจากการ เคลื่อนไหวแท้จริงๆ เข้าไปจนหุ่นยนต์โหมโรงเคลื่อนไหวได้เหมือนกับมนุษย์เราแล้ว(แต่ดีกว่าตรงที่ ไม่รู้จักเหนื่อย)
หากจักพูดไปแล้วเวลานี้มนุษย์ชาติก็เหมือนกับกำลังก้าวอยู่ในระดับทารก เพื่อที่จะสร้างระบบคอมพิวเตอร์ที่มีความรู้สึกนึกคิดได้เองครับ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนมากที่สุดก็คือเรื่องของ Google ที่ครั้นเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนนี้ทาง Google ได้มีการพยายามทำโปรแกรมที่จะจัดเรียงรูปแบบของข้อมูลที่เหมือนๆ กัน
แต่ทว่าโปรแกรมนั้นต้องดูไฟล์วีดีโอบน Youtube เป็นล้านๆ ไฟล์ถึงจักอาจจักระบุแมวได้ถูกต้องแค่ 70% ในขณะที่มนุษย์เรานั้นเป็นได้ที่จักจำแนกได้แทบการดูทะลุทะลวงประสบการณ์ไม่กี้ ครั้งเท่านั้น ดังนั้นคงต้องใช้เวลาอีกนานครับกว่าที่คอมพิวเตอร์ที่มีปัญญาประดิษฐ์นั้นจะ รอบรู้มีจิตใต้สำนึกเองได้
หมายเหตุ - มีนักสังคมศาสตร์บางคนบอกกล่าวว่าโดยปกตินั้นมนุษย์เองก็มีความสลับซับซ้อนใน พฤติกรรมอยู่มากมาย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่เราจะจำรองระบบที่มีแต่ถูกเหรอผิดให้เก่งที่จะ ปลงใจหรือไม่มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนมนุษย์ได้ครับ แต่ว่าในอนาคตนั้นอะไรก็เป็นไปได้ครับ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Samsung Galaxy S5 ออกตัวแป้กเหลือเกิน! ยอดขายเสื่อมถอยกว่าเป้าถึง 40%




ดูเหมือนปีนี้จักเป็นปีชงจริงๆๆของ Samsung เพราะว่าอะไรๆก็ดูจักแย่กว่าที่คิดไว้ไปหมด หลังจากที่ Galaxy S5 มือถือเรือธงของ Samsung ที่ได้เริ่มมา 9 เดือนแล้ว แต่ก็ยังทำยอดขายกลับไม่สู้ดีเท่าไรนัก ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ถึง 40%เลยทีเดียว


ในช่วง 3 เดือนแรกของการเปิดตัว Samsung Galaxy S5 รอบรู้ทำยอดขายไปได้ทั้งสิ้น 12 ล้านเครื่อง ซึ่งดูเผินๆก็เป็นตัวเลขที่ไม่ได้น่าเกลียดอะไร แต่จนถึงเทียบกับยอดขายของ Galaxy S4 ใน 68 วันแรกหลังการเริ่มนั้นทำได้สูงถึง 20 ล้านก็คงต้องยอมรับว่า Galaxy S5 ล้มเหลวเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆหน้า

ในหลายๆตลาดขณะนี้ ยอดขายของ Samsung Galaxy S5 ก็ค่อยๆลดลงมาเรื่อยๆ เช่น ในประเทศจีน ที่มีความต้องการใน Galaxy S5 นั้นตกลงมามากถึง 50%

แน่นอนว่า Samsung ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ายอดขาย Samsung Galaxy S5 จะย่ำแย่ได้ถึงขนาดนี้ ถึงกับต้องหันมาปรับกลยุทธ์เป็นการใหญ่ตามที่ข่าวได้ออกมาก่อนหน้านี้ว่าทาง Samsung จะทำการลดจำนวนรุ่นของ Smartphone ที่จะผลิตนับจากนี้ไป รวมถึงลดค่าพร้อมกับใช้จ่ายต่างๆลงด้วย

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1393005

ติดตามข่าวมือถือซัมซุง โทรศัพท์มือถือ กาแลกซี่s5 ใช่ไหมอื่นๆ ได้ที่ :http://thaizones-hitech.blogspot.com/

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

7 เหตุที่คุณ(อาจจะ)ไม่จำต้องมีสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่

7 เหตุผลที่คุณ(อาจจัก)ไม่ต้องมีสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่
     ไม่ยอมรับไม่ได้ว่าปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น อาจก็เพราะว่าเป็นปัจจัยในการใช้ชีวิตประจำวัน ใช่ไหม ตามกระแสสังคม แน่นอนว่า สมาร์ทโฟน ขึ้นต้นใหม่ไม่ว่าจักมาจากแบรนด์ใด มักจักมีฟีเจอร์พิเศษไว้ล่อตาล่อใจ ชวนหิวได้ครอบครอง ทั้งที่บางครั้งก็อาจจักมีมูลค่าสูงเกินกว่าจำเป็น
     ดังนั้นก่อนจักตกลงใจจ่ายเงิน เพื่อซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ สเปคเทพๆ มาใช้สักเครื่องหนึ่ง ควรสำรวจพฤติกรรมรอบๆ ตัวเองสักนิด เพราะว่าสมาร์ทโฟนแบบใหม่
     บางครั้งก็ตอบโจทย์ตัวเองไม่ได้ทั้งหมด โทรศัพท์เครื่องปัจจุบันของคุณอาจจะยังเหมาะสมอยู่ หรือไม่ไม่ก็ไม่ก็ กลับมานึกเสียดายที่ใช้สมาร์ทโฟนเครื่องใหม่แบบไม่คุ้มค่าการลงทุน นี่คือเหตุผลหลักๆ ที่จักช่วยสำรวจตัวคุณ ตอบคำถามได้ว่า..ควรซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ได้แล้วเหรอยัง?
 สมมตคุณไม่ใช่คอเกมส์ เล่นเอามันส์บนสมาร์ทโฟน
     หนึ่งในเหตุผลหลักๆ ที่ผู้ใช้โทรศัพท์ยุคนี้ เฟุ้งเฟื่องกที่จักครอบครองสมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์เก๋ไก๋ คือ เอาไว้เล่นเกมส์ คำว่า เกมส์ ในที่นี่ไม่ได้หมายถึง เกมส์ทายปริศนา เกมส์ฝึกสมอง ใช่ไหมเกมส์แนว puzzel ทั่วๆ ไป แต่หมายถึง เกมส์เป็นแน่แท้ๆ ที่ต้องการใช้ซอฟต์แวร์รองรับระดับเทพ
     บางเกมส์อาจจักมีขนาดเทียบเท่า เกมส์คอมพิวเตอร์ ชัดเจน สมยิ่ง พร้อมทั้งไม่กระตุก แต่สมมตว่าคำตอบในเหตุผลนี้ของคุณคือ ไม่ แสดงว่าคุณยังจักพอใช้ สมาร์ทโฟน ที่มีฟีเจอร์ปกติทั่วไปได้
 คุณเป็นอย่างแค่ใช้กล้องโทรศัพท์ถ่ายรูปอัพลงโซเชียล
     คงไม่ยอมรับไม่ได้ว่า กล้องถ่ายภาพ กลายเป็นจุดเด่นที่สำคัญของสมาร์ทโฟน ยังคงมีการพัฒนากับแข่งขันนำเอาเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่คมชัด มาใช้เป็นจุดขายสมาร์ทโฟนในแต่ละรุ่นตามยุคระยะเวลา แบบใหม่ๆ ต่างว่าแต่ว่าคุณจัดอยู่ในชั้น ผู้ที่นิยมใช้กล้องโทรศัพท์ถ่ายภาพลงโซเชียลมีเดียแค่นั้น
     คุณอาจจักยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ เหตุเพราะภาพที่ถูกแชร์ลงโซเชียลฯ เกือบ 100% จักถูกบีบอัดไฟล์ภาพให้เล็กลง ไม่ว่ายังไง เพื่อนๆ ของคุณก็จักเห็นพ่างภาพที่คุณต้องการสื่อแต่ยังไม่คมชัดอย่างที่คุณคาดหวัง
สำรวจสักหน่อย..ที่ที่คุณอยู่หนังสือข้อผูกพันณโทรศัพท์แรงเหรอไม่ก็เปล่า
     เรื่องความเร็วของข้อตกลงณโทรศัพท์ในพื้นที่ที่คุณต้องใช้ในชีวิตประจำวันควรจักพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะเละบือกเปลี่ยนไปใช้สมาร์ทโฟนที่รองรับอนุอนุสัญญาณ LTE ระดับต่างๆ ในบ้านเรา ยังพบช่องโหว่ในบริการระบบส่งรับปากณ 3G ในบางพื้นที่ แม้ว่าค่ายโทรศัพท์ต่างๆ
     จักเละบือกประชาสัมพันธ์ระบบส่งสาบานณ 4G สอดคล้องกับสมาร์ทแบบใหม่ๆ แต่การพัฒนาดังกล่าวก็ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ แม้จักมีสมาร์ทโฟนร้องรับข้อผูกพันณแรงๆ แต่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่บริการ ย่อมไม่ต่างกับการใช้สมาร์ทโฟนเครื่องเก่าของคุณเอง
คุณเป็นพวกชื่นชอบความกะทัดรัด สมาร์ทโฟนต้องพกพาสะดวก
     กลายเป็นหนึ่งปัจจัยที่ใครๆ ก็มุ่งหมายจักมีสมาร์ทโฟนขนาดพอดีมือ หยิบจับได้ถนัด ดูแลรักษาได้อย่างทั่วถึง แต่ปรากฏว่าสมาร์ทโฟนแบบใหม่ มีสถิติค่าเฉลี่ยเกี่ยวกับขนาดตัวเครื่องพร้อมกับหน้าจอ ประมาณการ 5 นิ้วขึ้นไป กับคาดว่ามีแนวโน้มที่จักใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
     ซึ่งสวนทางกับโทรศัพท์มือถือขนาดกะทัดรัด ที่นับวันโหมโรงจักเระบือนหายไปจากตลาดไป สมมตคุณยังแคร์เรื่องของขนาดโทรศัพท์ สมาร์ทโฟนน่าจักเป็นคำตอบที่ยังไม่ใช่เนื่องด้วยคุณ
 ถึงเวลาเหรอไม่ยัง? ที่ต้องจับจ้องสมาร์ทโฟนระยะประชิดใบหน้า
     แน่นอนว่า ภาพคมชัด บนจอสมาร์ทโฟนเป็นอีกหนึ่งจุดขายสำคัญในยุคนี้ ก็เพราะว่าว่าปกติมนุษย์เราควรมองดูหน้าจอในระยะห่างที่เหมาะสม แต่ปัจจุบันสมาร์ทโฟนแบบใหม่ เน้นคุณภาพเรื่องรายละเอียดของจอแสดงผล
     เพราะว่าว่ามีผลการตรวจสอบที่ระบุว่า ยิ่งความคมชัดของภาพสูงขึ้น ยิ่งต้องจับจ้องหน้าจอในระยะที่ใกล้ขึ้น เพื่อโฟกัสความละเอียดของภาพให้ชัดเจน แต่ก็อาจจักส่งผลต่อสุขภาพสายตาของคุณเอง
     ดังนั้นถ้าคุณไม่ใคร่ได้จดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรศัพท์ในระยะใกล้ขึ้นเรื่อยๆ สมาร์ทโฟนเครื่องเดิม แบบความละเอียด 480p ยังเป็นตัวเเลื่องกที่ยังโอเค แบบไม่ต้องซีเรียสมากนัก
 คุณเป็นพวกบ้าดาวน์โหลด ใช่ไหมไม่ เสพติดแอปพลิชั่นหรือว่าไม่เปล่า?
     ปัจจัยสำคัญของการมีสมาร์ทโฟนสเปคเจ๋งๆ เอาไว้ในมือ คงหนีไม่พ้นกับการเพลิดเพลินในการดูหนังฟังเพลง แต่ต่างว่าว่าคุณยังคงนิยมดูหนังในโรงจอเงิน ไม่ใช่ไม่ก็ อ่านหนังสือต้องเข้าห้องสมุด คุณน่าจักยังใช้โทรศัพท์เครื่องปัจจุบันของคุณได้ถัดไป เพราะว่าว่าสมาร์ทโฟนเรือธง (flagship)
     มักเป็นแหล่งขุมทรัพย์ มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลด้วยว่าความบันเทิงแบบมัลติมีเดีย สะดวกสบายไม่ว่าจักเปิดดูตอนไหนเหรอฟังเพลงตราบใดไหร่ก็ได้ แม้ว่าตราบถึงเวลาหนึ่งอาจจักต้องกังวลกับปัญหาพื้นที่จัดเก็บที่ตั้งต้นไม่แค่พอ
 ถ้าคุณยังแคร์เรื่องการสื่อสารด้วยน้ำเสียง (กดโทรออก-รับสายเข้า)
     ท่ามกลางการแข่งขันของโลกสมาร์ทโฟน เทคโนโลยีพร้อมด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ถูกผลิตเสริมออกไปอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ใช่ว่าผู้บริโภคจักต้องหันมาใช้สมาร์ทโฟนกันทั้งหมด
     ก็เพราะว่าว่าเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มคนที่นิยมแต่การโทรออก-รับสาย ไม่ได้คลุกคลีกับฟีเจอร์อื่นใด นับการเป็นการใช้สมาร์ทโฟนอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพกับอาจจะเป็นการสิ้นเปเลื่องงงบเกือบๆก็เพราะว่าว่าใช่เหตุ ลองมองหาสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้ของคุณน่าจักเหมาะกว่า...
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>>http://thaizones-hitech.blogspot.com

วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

รวมทั้งสิ้นโปรโมชั่นโบรชัวร์สนนราคาในงาน Commart 2014



มหกรรมงาน คอมพิวเตอร์ไอทีครั้งยิ่งใหญ่ในไทยที่มีจัดทุกๆ  ปลายปี 2014 อย่าง Commart ครั้งที่ 3 ซึ่งกลับมาในคราวนี้กับชื่อ Commart Comtech 2014 ที่นอกเหนือจากจะมี notebook พร้อมทั้ง คอมพิวเตอร์แบบใหม่ๆ แล้ว



ขอบคุณภาพประกอบจาก: advice.co.th

ในงานคราวนี้ก็ยังเน้นไปในส่วนของ มือถือสมาร์ทโฟนพร้อมด้วยแท็บเล็ตอีกด้วย เรียกได้ว่ามาเดินเล่นในงานนี้ทีเดียวมีครบทุกอย่างตามที่ต้องการเลย รวมไปถึงในส่วนของโปรโมชั่นส่วนลดต่างๆ ก็จัดเต็มมาให้จุใจเหมือนเคย




เกี่ยวกับใครที่ต้องการกาซื้ออุปกรณ์ไอที ตรัสได้เลยว่าห้ามพลาดกันเลย อีกทั้งยังมาครบครันด้วย คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค ด้วยกันบรรดาสมาร์ทโฟนแท็บเล็ตรุ่นยอดนิยมต่างๆ  เอาเป็นว่าในวัน พร้อมกับ เวลาจัดงานเราจะมาอัพเดทบทความด้วยกันโปรโมชั่นกันอีกทีแน่นอนครับ

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1392613

ติดตามข่าวสารไอที คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค แบบใหม่ค่าประหยัด แนะนำวิธีการใช้งานพร้อมทั้งการแก้ปัญหาได้ที่ : http://thaizones-hitech.blogspot.com/

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Huawei เปิดตัวอย่างเป็นทางการในที่ประเทศไทย แอสเซนด์ เมท เซเว่น

border=0



หัวเว่ย 1 ใน 3 ยักษ์ผู้ทำการผลิตสมาร์ตโฟนของโลก ซึ่งหมายมั่นว่าให้ไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจในอาเซียน รุกตลาดในไทยแบบเต็มสูบ ด้วยการเริ่ม หัวเว่ย แอสเซนด์ เมท เซเว่น (HUAWEI Ascend Mate 7) ในไทย



จุดขายอยู่ที่หน้าจอ FHD ขนาดใหญ่ถึง 6 นิ้ว ตัวเครื่องบาง 7.9 ม.ม. ความจุแบตฯที่เพิ่มขึ้นเพื่อการใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิม ใช้เทคโนโลยีระบบสัมผัสลายนิ้วมือใหม่ แล้วตั้งมูลค่าไว้ที่ 16,990 บาท



หยาง ฉู่ CEO หัวเว่ย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า หัวเว่ย แอส เซนด์ เมท เซเว่น สะท้อนถึงพัฒนาการของ โทรศัพท์มือถือที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพการทำงานอันชาญฉลาด พร้อมกับ ประหยัดพลังงานยิ่งขึ้นและความสะดวกสบาย แล้วยังใช้เทคโนโลยีระบบสัมผัสลายนิ้วมือ



รวมความเป็นอัจฉริยะของหน่วยประมวลผล(CPU) 8 Core (Octa-core) ผสานเข้ากับหน่วยประมวลผลอันชาญฉลาดของ Huawei Kirin 925 ที่สร้างขึ้นจากชิพเซ็ต 4 แกนขนาดใหญ่ A15 1.8 GHz พร้อมด้วย 4 แกนขนาดเล็ก A7 1.3 GHz ตั้งค่าที่แตกต่างกันเพราะขึ้นอยู่กับความต้องการพลังงานแต่ละแอพพลิเคชั่นไม่ก็ฟังก์ชันเฉพาะ เพื่อสมาร์ตโฟนจะจัดการการใช้งานพลังงานได้อย่างชาญฉลาด ช่วยประหยัดแบตเตอรี่โดยอัตโนมัติได้มากถึงร้อยละ 50



สําหรับระบบสัมผัสลายนิ้วมือ เป็นการปฏิวัติรูปแบบการใส่รหัสข้ามในอดีต ช่วยให้ผู้ใช้ปลดล็อกโทรศัพท์ได้เร็วมากขึ้นถึง 80% เมื่อเปรียบเทียบกับอุปกรณ์ที่ใช้ระบบการรับรู้แบบวาดปลายนิ้วลงบนหน้าจอพร้อมกับตอบสนองช้ากว่า



ตัวสแกนลายนิ้วมือติดตั้งอยู่ด้านหลังของแฮนด์เซ็ตแล้วมีขนาดที่ 9.16 x 9.16 มิลลิเมตร บันทึกลายนิ้วมือได้มากถึง 5 ชุด แตกต่างกัน จัดเก็บในโหมดปกติด้วยกันโหมดผู้เข้าใช้ ให้ผู้ใช้สลับโหมดการใช้งานเพื่อให้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยในโฟลเดอร์ส่วนตัว แอพพลิเคชั่น และข้อมูลการชำระเงิน



มีอัตรา 508PPI ที่สูงเพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มความแม่นยำถูกต้องในการอ่านค่า ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปัดหน้าจอซ้ำแล้ว ซ้ำอีกเพื่อปลดล็อกอุปกรณ์อีกถัดจากแม้นิ้วมือจะเปียกก็ตาม



นอกจากนี้แล้ว ARM Trust Zone เป็นฐานเก็บข้อมูล ที่ใช้รหัสลายนิ้วมือภายในชิพเซ็ตเพื่อให้เพิ่มการป้องกันที่ดีขึ้นโดย Secure OS พร้อมทั้งป้องกันการเข้าถึงเพราะว่าตรง จากบุคคลที่สาม การเชื่อมต่อระบบ LTE Cat6 ทำให้ดาวน์โหลดได้รวดเร็วสูงสุดถึง 300 Mbps เช่น ดาวน์โหลดหนังที่มีความละเอียดสูง (HD) ใช้เวลาพาง 30 วินาที



ตัวเครื่องทำจากโลหะมากกว่า 95% ทั้งยังมีโครงสร้างภายในที่ทำจากโลหะผสมอะลูมิเนียมช่วยลดความร้อนได้อย่างดี เหนือกว่าด้วยความบางที่ 7.9 มิลลิเมตร น้ำหนักเบาพ่าง 185 กรัม (รวมแบตเตอรี่) มีความโค้ง เพื่อให้ง่ายต่อการจับ ถือกับใช้งานด้วยมือเดียว



ขอบจอบางพิเศษขนาด 2.9 มิลลิเมตร ส่งผลให้อัตราส่วนของหน้าจออยู่ที่ 83% โหมโรงมาด้วยกันสองสีคือสีเงินพร้อมกับ สีดำ หน้าจอแบบ Cell-LTPS พร้อมทั้งเทคโนโลยี JDI Nega-NEO มีอัตราความคมชัดสูงถึง 1500 : 1 Huawei Ascend Mate7 ให้ภาพที่คมชัด กล้องด้านหลังที่มีความละเอียด 13 MP ในการถ่ายภาพปาร์ตี้ที่มีแสงน้อยด้วยเซ็นเซอร์ CMOS รุ่นที่ 4 จากโซนี่พร้อมกับรูรับแสงขนาด f/2.0 นอกจากนี้กล้องด้านหน้าที่มีความละเอียด 5MP ดัดแปลงมาจากเลนส์ที่ไม่มีทรงกลม 5P เพิ่มความคมชัดและลดความผิดเพี้ยนของภาพได้เป็นอย่างดี



ผู้สนใจแวะเข้าไปดูได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทั่วประเทศ

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>>  http://thaizones-hitech.blogspot.com/ 

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Samsung เปิดตัวอย่างเป็นทางการ Galaxy A5 และ Galaxy A3 สมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นใหม่ล่าสุดเป็นทางการแล้ว


โดยทั้ง 2 ตัว นั้นเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Samsung’s A Series ลักษณะการดีไซน์และวัสดุเหมือน Galaxy Alpha ที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปก่อนหน้า



หากใครยังพอจำได้ไม่นานทางทีมงาน  เคยได้นำเสนอข่าวหลุด ความเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นโดยตลอดและยังเคยแอบกัด Galaxy Alpha แบบเบาๆ ไปด้วย

ล่าสุด ซัมซุง ได้มีการเปิดตัว Samsung Galaxy A5 และ Samsung Galaxy A3 อย่างเป็นทางการไปแล้วครับ เบื้องต้นนั้นทางซัมชุงได้โชว์ว่าสมาร์ทโฟน Galaxy A ทั้ง 2 รุ่นนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความบางที่สุดของ Samsung ในตอนขณะนี้



Samsung Galaxy A5 มีคุณสมบัติเบื้องต้นดังต่อไปนี้ มีหน้าจอขนาด 5 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียด 720 x 1280 พิกเซล ตัวเครื่องเป็นกรอบโลหะเช่นเดียวกับ Galaxy Alpha กล้องด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กล้อง ด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล, ชิปเซ็ตเป็น Snapdragon 400, หน่วยความจำภายในอยู่ที่ขนาด 16 GB , ชนิดแบตเตอรี่ 2,330 mAh, ระบบ  Android 4.4 KitKat



ส่วน Samsung Galaxy A3 นั้นมีคุณสมบัติเบื้องต้นดังนี้ ส่วนของหน้าจอนั้น Galaxy A3  จะมี หน้าจอใหญ่ขนาด 4.5 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียด 540 x 960 พิกเซล (เล็กกว่า Samsung Galaxy A5)ตัวเครื่องเป็นกรอบโลหะเช่นเดียวกัน ตัวเครื่องมีขนาด 130.1 x 65.5 x 6.9 มม., หน่วยประมวลผลในเครื่องแบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.2 GHz, หน่วยความจำภายในขนาด 16 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 64 GB ส่วนของกล้องนั้นยังคุณสมบัติเหมือน Galaxy A5 ครับ และ รัน Android 4.4 KitKat



โดยทั้งนี้ Samsung Galaxy A5 และ Samsung Galaxy A3 จะเริ่มมีการวางจำหน่ายที่ประเทศจีนเป็นประเทศแรกในเดือนพฤศจิกายนนี้

สำหรับราคาอย่างเป็นทางการนั้นยังไม่มีการเปิดเผยแบบแน่ชัด แต่หากคำนวนจากกระแสข่าวลือที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้นั้นทั้ง 2 รุ่นน่าจะมีราคาน่าจะอยู่ระหว่าง $350 to $500

ที่มา:http://thaizones-hitech.blogspot.com/



วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สกู๊ปออนไลน์: ผู้ใช้เก่าโอเปอร์เรเตอร์ ไม่ใฝ่ใจจริงไหม?

สกู๊ปออนไลน์: ลูกค้าเก่าโอเปอร์เรเตอร์ ไม่สนใจสุทธิไหม?
กลายเป็นคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจลูกค้าเก่าๆ ของแต่ละค่ายแต่ละค่ายแน่นอนจนถึงได้เจอกับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมายที่ที่จัดกันมาต้อนรับลูกค้าใหม่ๆ พร้อมกับดูเหมือนจักไม่ค่อยถึงมือลูกค้าเก่าๆ แม้ว่าคุณจักเป็นลูกค้าประจำของค่ายโอเปอร์เรเตอร์นั้นๆ มา 2-5-7 ไม่ใช่หรือ 10 ปีแล้วก็ตาม
 
จักเห็นได้ว่าช่วงนี้การแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งของการตลาดที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดของแต่ละค่ายเพื่อเปิดฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ จัดขบวนพาเหรดกันจัดเคมเปญออกมาแข่งขันกันตลอดเวลา
กับเคมเปญที่กำลังมาแรงในตอนนี้นันคงไม่พ้น บริการย้ายเครือข่าย เบอร์เดิม เพราะว่าการนำสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ต รุ่นต่างๆ มาลดราคาพร้อมมีออฟชั่นพิเศษไว้เสริฟมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการให้ส่วนลดค่าเครื่องหรือไม่ก็เลือกรับส่วนลดค่าแพ็กเกจ (จี๊ดอีกรอบ...)  จนถึงกับมีการไปตั้งกระทู้ตัดพ้อ น้อยใจน้อยใจกันในเว็บพันทิป.คอม
ส่วนหนึ่งของความในใจลูกค้า
แต่ละความคิดเห็นจัดหนักด้วยกันจัดเต็มครับ
 
คนที่เป็นลูกค้าเก่าเจอแบบนี้ (เหว่อไปสิ) ใช้งานมา 10 ปีไม่เคยได้อะไร? เรื่องนี้จึงเป็นที่มาของสกู๊ปชิ้นนี้ว่าแน่ๆๆ แล้วลูกค้าเก่าๆ ไม่ได้รับสิทธิส่วนนั้นสุทธิๆ หรือว่าว่าข่าวสารนั้นตกไปจนทำให้ลูกค้าเก่าพากันเข้าใจผิดกันแน่..มาดูคำตอบกันครับ
ก็เพราะว่าแม้มองอีกมุมแม้ใครได้ทำการบ้านพร้อมทั้งหาข้อมูลเพื่อรักษาผลประโยชน์ จะเห็นได้ว่าทางโอเปอร์เรเตอร์ก็ไม่ได้ใจร้ายอะไรมากนักจริงๆๆ แล้วมีการให้สิทธิ์ reward แก่ลูกค้าเก่า (ชั้นดีมากมายเช่นกัน)
ตั้งต้นกันที่ Dtac ดีแทคนั้นเค้ามีการมอบสิทธิ์ dtac reward ครับแล้ว รวมทั้งโครงการ ยิ่งอยู่นาน ยิ่งรักกัน ที่ส่งออกมาเอาใจฐานลูกเค้าเก่าโดนเฉพาะ ใครมีสิทธิ์ได้รับ dtac reward บ้าง? เรามีข้อมูลให้ครับ
ลูกค้าดีแทคสมรรถแสดงตนและในสิทธิเพื่อรับส่วนลดต่างๆ ได้มากมาย เข้าไปอัพเดทข้อมูลเพิ่มเติมได้: www.dtac.co.th/dtacreward
มาดูค่ายต่อมากันบ้างจำเลยต่อมาเป็นของ Truemove H ซึ่งทางทรูเองก็ดูแลลูกค้าเก่าเช่นกันครับ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ True Rewards Point ที่สอบถามข้างต้น จะต้องใช้งานหมายเลข Truemove ไม่ก็ Truemove H ทั้งแบบเติมเงิน พร้อมด้วย รายเดือนเพื่อกดรับสิทธิ True bonus หรือไม่ True  point  นะครับทรูมอบสิทธิพิเศษ TrueBonus ให้กับลูกค้าเพราะว่าคำนวณจากระยะเวลาที่ลูกค้าใช้สินค้าด้วยกันบริการในเครือทรู และแยกคำนวณตามบริการต่างๆ เพราะจำนวนสิทธิ์ที่ลูกค้าได้รับ
เข้าไปอัพเดทข้อมูลเพิ่มเติมได้: trueyou.truecorp.co.th
ปิดท้ายกันที่ค่าย AIS สำหรับค่ายนี้ก็เจอปัญหาเรื่องไม่ดูแลฐานลูกค้าเก่าๆ เช่นเดี่ยวกับ 2 ค่ายแรก พร้อมด้วยดูเหมือนจะหนักกว่าใครเค้าด้วย ทางทีมงานเลยไปหาข้อมูลมาอัพเดทกัน ซึ่งจริงๆ แล้วทาง AIS นั้นก็มีสิทธิพิเศษไว้บริการลูกค้าเก่าๆ มากมายไม่พ่ายแพ้ค่ายไหนๆ เหมือนกัน แต่ก็เพราะว่าเราไม่ได้อ่านกับศึกษาข้อมูลพวกนี้ทำให้พาดพร้อมกับไม่ได้ใช้สิทธิกัน
เข้าไปอัพเดทข้อมูลเพิ่มเติมได้: ais.co.th
ภายหลังที่ได้อ่านบทความนี้แล้วก็เลิกน้อยอกน้อยใจโอเปอร์เรเตอร์ แต่ละค่ายกันนะครับสมมติใครได้อ่านก็จะรู้ว่าแท้จริงๆ แล้วแต่ละค่ายเองนั้นมีโปรโมชั่นพิเศษไว้บริการลูกค้าเก่าๆ มากมาย สำหรับผู้ที่ต้องผู้ที่ต้องการจะรักษาสิทธิในส่วนนี้นั้นคงต้องติดตามข่าวสารพร้อมด้วยอัพเดทโปรโมชั่นจากทางโอเปอร์เรเตอร์ ทางคณะงานเชื่อว่าทุกคนจักสมรรถรับสิทธิพิเศษนี้ได้ครับ
ติดตามข่าวสารเทคโนโลยีช่องทางใหม่ได้ที่ >>> http://www.pinterest.com