แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Apple Watch แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Apple Watch แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558

สรุปก่อนเกริ่นกับงาน Apple Event 2015 ทายเล่นๆ ว่าอะไรจักเปิดตัวพร้อม iPhone 6s

นับเวลาถอยหลังอีกไม่กี่ชั่วโมง กับงาน Apple Event 2015 ที่จะจัดขึ้น ณ หอประชุม Bill Graham เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เวลา 00:00 น. หรือไม่ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันนี้ ตามเวลาประเทศไทยครับ มาดูกันครับคืนนี้เราจักเจออะไรใหม่บ้าง?

หลังจากที่ได้คาดการณ์เกี่ยวกับ iPhone 6s กับ iPhone 6s Plus ว่าจักเจออะไร แต่อย่าลืมว่าในงาน Apple Event 2015 ไม่ได้มีแค่ไอโฟน แต่จะมีอะไรที่น่าสนใจเริ่มบ้าง มาดูกัน



1. mac os 10.11 แบบใหม่ที่ชื่อ el capitan

เป็นการพัฒนาของระบบปฏิบัติการที่เน้นเรื่องการใช้ทรัพยากรให้น้อยลงเพิ่มความ เร็วมากขึ้น ตามเวลาของระบบปฏิบัติการเหตุด้วยคอมพิวเตอร์ในคราวนี้ ซึ่ง Mac OS X เวอร์ชั่นใหม่นี้มีการเปลี่ยนแปลงส่วนมากจักเป็นเรื่องของสถาปัตยกรรมที่ปกติ เคยใช้ Open GL ระยะนี้จะมาใช้ Metal แล้วซึ่งมีผลดีต่อการทำงานร่วมกับกราฟิกการ์ดของ Intel ตามที่เคยเสนอไปตั้งแต่ช่วงกลางปีที่สร้างผ่านมา นอกจากนี้ยังปรับ Safari ให้ทำงานดีขึ้นกับจักใช้งาน multi Touch ได้มากขึ้นอีกด้วย

ซึ่งการ ปลงในครั้งนี้อาจจักบ่งบอกถึงการอัพเกรดว่าจักโหมโรงขึ้นครั้นเมื่อใดและรวมถึงฟีเจอร์ที่สรุปกันอีกครั้งด้วย

2.iOS9

ระบบ ปฏิบัติการของ iPhone, iPad กับ iPod Touch ถึงคราวที่จักต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เพราะมากนั้นคือการจัดการทรัพยากรที่ดีขึ้น มันจะเร็วขึ้น เก็บ RAM น้อยลง เพิ่มเหลายสิ่งเช่น impoved keyboard ที่รอบรู้สั่งงานได้มากกว่าเดิม, iPad Air2 อาจจะใช้งาน Multi-Tasking ได้ นอกจากนี้ยังมี proactive assistant ระบบที่มีหน้าที่คล้ายกับ Google Now กล่าวคือ กราบทูลสิ่งที่เราจะทำข้างหน้า กับบางเรื่องก็รู้ดีกว่าเราซะงั้น, siri suggestions เป็นคำสั่งที่ทำให้ Siri ฉลาดมากขึ้นไม่ว่าจักเป็นสั่งให้สร้างปฏิทิน พิมพ์ข้อความ สั่งโทรออกด้วยกัน Apps ที่เราใช้บ่อย พร้อมทั้งยังค้นหาแผนที่ได้ ต้องมาลุ้นว่า ถ้าทำได้แล้วในประเทศไทยมันจักสั่งงานได้หรือว่าไม่หลังจากนั้น รวมทั้งฟีเจอร์ที่จะสมรรถสั่งงานได้กับจอ Force Touch จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

ถือว่าน่าสนใจก็เพราะว่าว่ามันทำให้เร็วขึ้น พร้อมทั้งเก่งขึ้น แต่การเอาใจคนไทยที่ถือว่าเป็นกลุ่มประเทศที่ 3 ของ Apple จักมีความกรุณาใส่อะไรมาให้ได้ใช้กันมากขึ้นใช่ไหมไม่อย่างไร

3.Watch OS2

Apple Watch แบบใหม่แม้จักยังไม่มาพร้อมกับยังไม่มีข่าวของ Smart Watch จาก Apple แต่ก็มีข่าวเรื่องระบบปฏิบัติการใหม่ที่เคยนำเสนอของ WWDC 2015 ที่ต้นปี โดยหลัก ๆ แล้วจะเพิ่มเรื่องการสั่งงานกับ iPhone ได้มากขึ้น กับเพิ่ม accelerometer ให้สามารถใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น ด้วยกันเชื่อมต่อกับ Apple Pay ได้อีกดว้ย ถือว่าสุดยอดพอสมควร เหเอิกเกริกแค่ว่าจะอัพเกรดจาก Apple Watch ได้อย่างไรกันหลังจากนั้น

4.iPad Pro

แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ยาก เพราะว่าว่าคงจักต้องเป็นการกั๊กให้เปิดช่วงปลายปีนี้ เพราะว่าข่าวที่หลุดว่า iPad จะมีขนาดใหญ่ถึง 12.2 นิ้วถือว่าใหญ่ที่สุดที่ Apple เคยทำมา แต่รายละเอียดที่เหโจษจันยังไม่ได้เผยออกมา ต้องลุ้นกันต่อจากนั้นว่าจะมีอะไรใหม่หรือว่าจักกั๊กกันต่อจากนั้น

เห็นได้ว่าสิ่งที่คาดการณ์การเปิดตัวของ Apple ในครั้งนี้ ต้องการให้คนใช้งานได้รวดเร็วด้วยกันเน้นเรื่องของระบบปฏิบัติการเพื่อเชื่อมโยง ไปบริการทั้งหลายให้เกิดความราบรื่นขึ้นด้วย แล้วคุณล่ะ เตรียมพร้อมพบกับเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้แล้วใช้ให้เป็นประโยชน์กันเหรอยัง

ที่มา: http://thaizones-hitech.blogspot.com/

ติดตาม ข่าวสารทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ที่: http://hitech.sanook.com/

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2558

คลิปยืนยัน iPhone 6s แข็งแรงกว่าเดิมด้วยอะลูมิเนียมเกรด 7000 กับมีสีโรสโกลด์

ภาพจากคลิปยืนยันหน้าเว็บไซต์ iPhone 6s กับ iPhone 6s Plus ตัวเครื่องแข็งแรงกว่าเดิมด้วยอะลูมิเนียมเกรด 7000 ด้วยกันตัวเครื่องมีสีโรสโกลด์ด้วย

จากคลิปวิดีโอดังกล่าวเปิดปากให้เห็นว่า iPhone 6s มีขนาดตัวเครื่อง 138.2 x 67.6 มม. ส่วนความบาง 7.1 มม. ซึ่งหนากว่าเดิม 0.2 มม. ทันทีที่เทียบกับ iPhone 6 ที่มีความบาง 6.9 มม. ตัวเครื่องแข็งแรงกว่าเดิมด้วยอะลูมิเนียมเกรด 7000 ซึ่งมีความแข็งแรงกว่า 60% ครั้นเทียบกับอะลูมิเนียมทั่วไป พร้อมทั้งมีความหนาแน่นพาง 1 ใน 3 ของสแตนเลส ซึ่งทำให้มีตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาด้วย



นอกจากนี้แล้วตัวเครื่องยังมีสีใหม่เพิ่มเข้ามาด้วย นั่นก็คือ โรสโกลด์ (Rose Gold) ซึ่งเป็นโทนสีทองชมพูแต่ไม่ใช่ทองคำแท้ คาดว่าสีใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับ Apple Watch รุ่น Edition ที่เป็นทองคำ



เพราะด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ iPhone 6s พร้อมด้วย iPhone 6s Plus จักเกิดขึ้นในวันที่ 9 กันยายานนี้ รอติดตามครับ

รับชมคลิปคลิ๊กเลยจ้า...




ที่มา: thaizones-hitech

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

มาทำความรู้จักมักคุ้นกับ iPhone 6s ก่อนเริ่มกันเถอะ!!

iPhone 6s ดีไซน์มาประดุจดังกับ iPhone 6 เลยก็แค่มากขึ้นความหนาขึ้นมานิดนึง

ทั้งที่ จักมีข่าวลือออกมาว่า iPhone 6S (ไอโฟน 6S) จะมีดีไซน์ประหนึ่งกับ iPhone 6 ก็ตาม ถ้าว่าดูปางว่า อาจมีบางสิ่งผันแปรไปเล็กน้อย เท่าที่ข่าวลือปัจจุบัน เผยว่า iPhone 6S จะหนาขึ้น จากเดิม 6.9 มิลลิเมตร เป็น 7.1 มิลลิเมตร ส่วนต้นเหตุที่ทำให้ iPhone 6S หนาขึ้น เป็นเนื่องจากเทคโนโลยี Force Touch นั่นเอง

นอกจาก iPhone 6S จะมีความยักน้ำกระสายในเรื่องของ ชิปเซ็ต พร้อมกับกล้องด้านหลังแล้ว แหล่งข่าวยังเปิดปากอีกว่า เทคโนโลยี Force Touch ถือว่า เป็นการเปลียนแปลงที่ใหญ่ที่สุดบนรุ่นนี้ แต่ก็ส่งผลให้ตัวเครื่องหนาขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ส่วนดีไซน์อื่นๆ ยังคงคงเดิมไม่เปลี่ยน



โดยเทคโนโลยี Force Touch นั้น จะช่วยทำให้สามารถจำแนกแยกแยะแรงกดบนหน้าจอได้มากขึ้น ซึ่งถูกนำไปใช้บน Apple Watch แล้วนั่นเอง
เพราะสูจิบัตรเปิดตัว iPhone 6S คาดว่า เป็นวันที่ 6 กันยายนนี้

ที่มา : cultofmac.com

ใช้บอดี้อะลูมิเนียมเกรด 7000 แบบเดียวกับ Apple Watch Sport ประกันความแข็งแรง ไม่งอ



ล่าสุด ทาง Economic Daily News จากประเทศไต้หวัน เปิดปากว่า iPhone 6S พร้อมทั้ง iPhone 6S Plus จะเปลี่ยนสิ่งของที่ใช้ผลิตบอดี้ใหม่ เป็น อะลูมิเนียมอัลลอยด์เกรด 7000 ที่ใช้บน Apple Watch Sport ซึ่งมีความแข็งแรง กว่า อะลูมิเนียมทั่วๆ ไปถึง 60%



เหตุด้วยเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้ แอปเปิล ต้องพลิกผันวัตถุที่ใช้ผลิตบอดี้ใหม่ เป็นก็เพราะว่า iPhone 6 นั้น เจอกระแส #bendgate หรือไม่ก็ตัวเครื่องโค้งงอนั่นเอง ทำให้แอปเปิล หาวิธีที่จะแปลงบอดี้ใหม่ อย่างไรก็ดี ถ้าแม้ว่า อะลูมิเนียมอัลลอยด์ จะมีความเข้มเเข็งไม่เท่า Stainless Steel แต่ก็มีน้ำหนักเบา, สามารถขึ้นรูปได้หลายสี กับไม่มีผลกระทบต่อตัวรับสัญญาณในตัวเครื่องอีกด้วย

ส่วนข้อมูลนี้ จะเป็นความจริงมากน้อยแค่ไหน ต้องแกะรอยกันต่อไปนะคร้าบบบ

ที่มา : macrumors.com

และสุดท้ายนี้ในส่วนของแบตเตอรี่ทาง Apple เค้าจักให้มาที่ปริมาตร 1715 mAh นะครับก็คิดว่าน่าจะพอใช้ได้ให้เกือบครบถ้วนวันล่ะเนอะ อิอิ (ปกติธรรมดาเท่าที่ผมใช้อยู่ตอนนี้จะเป็น Note 4 ซึ่งแบตก็ถือว่าอึดพอสมควรเลยนะ ถ้าเล่นบ้างนิดหน่อย เรื่อยๆ โซเชียลบ้าง อ่านนวนิยายบ้าง ก็พอดีด้วยช่วงกลางวันทั้งวันอ่านะ แต่ถ้าเล่นเกมส์หนักๆ ก็ไม่มีเครื่องไหนหรอกที่จะอยู่รอดทั้งวัน มันขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งานทั้งนั้นแหละครับ!!)

ปล. ปกติแล้วไอโฟนรุ่นใหม่จะออกรุ่นหลักมา จากนั้นรุ่นต่อไปจะตามด้วยรุ่นหลักแล้วเติม S เข้าไปต่อท้ายนะครับ เห็นมีคนเรียกผิดกันเยอะแยะเลย กลายเป็นว่าเรียกข้ามรุ่นไปยกตัวอย่างเช่นเมื่อปีที่แล้วทาง apple ออกไอโฟนใหม่มาโดยใช้ชื่อว่า iPhone 6 และ iPhone 6 plus ดังนั้นรุ่นที่จะออกในปีนี้ก็จะใช้ชื่อว่า iPhone 6s และ iPhone 6s plus นั่นเองจ้า ไม่ใช่ iPhone 7 นะฮะ ^^

ติดตาม ข่าวสารไอทีต่างๆ จากทางเราได้ที่: http://thaizones-hitech.blogspot.com/>

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

หลังจากที่ขาย Apple Watch ไปแล้วมาพิศกันว่ามีกี่รุ่น กี่สี พร้อมกับแตกต่างกันแบบ

วันนี้เป็นอีกวันที่สาวก Apple ต้องตื่นกันแต่เช้าไปเข้าคิวรอซื้อ Apple Watch ตามร้านที่วางจำหน่ายในไทย ส่วนใครที่ไม่ปรารถนาต่อคิวก็ทำเป็นคลิกสั่งซื้อแบบชิว ๆ กันได้ที่ Apple Online Store พร้อมจัดส่ง 1 วันทำการ เรามาดูกันว่า Apple Watch นั้นมีกี่รุ่น แต่ละรุ่นมีสีอะไร พร้อมทั้งแตกต่างกันอย่างไร

Apple Watch มีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ Watch Sport, Watch และ Watch Edition โดยแต่ละรุ่นจักมีด้วยกัน 2 ขนาด คือ 38 มม. และ 42 มม.





Watch Sport
- ตัวเรือน 38 มม. ค่า 13,500 บาท และ 42 มม. สนนราคา 15,500 บาท
- ตัวเรือนจักเป็นอะลูมิเนียมสีเงิน กับ อะลูมิเนียมสีเทาสเปซเกรย์มากับสาย Sport Band
- หน้าจอ Retina พร้อม Force Touch กระจก Ion-X พร้อมทั้งฝาหลังแบบคอมโพสิต
- ตัวเรือนอะลูมิเนียมสีเงิน มาพร้อมกับสายสีขาว, สีฟ้า, สีเขียว และสีชมพู เลือเลื่องกได้ตามความชอบ
- ตัวเรือนอะลูมิเนียมสีเทาสเปซเกรย์ มาพร้อมสายแบบ Sport Band สีดำ สีเดียว






Watch
- ตัวเรือน 38 มม. กับ 42 มม. มีทั้งเป็นสแตนเลสสตีล กับสแตนเลสสตีลสีดำสเปซแบล็ค หน้าจอ Retina พร้อม Force Touch กระจกแซฟไฟร์ พร้อมกับฝาหลังแบบเซรามิก
- รุ่นนี้สนนราคาจักแตกต่างกันที่ขนาดกับสายข้อมือที่มากับตัวเรือน
- รุ่นถูกสุดคือ ตัวเรือนสแตนเลสสตีล ขนาด 38 มม. พร้อมสายแบบ Sport Band ค่า 20,500 บาท
- รุ่นแพงสุดคือ ตัวเรือนสแตนเลสสตีล สีดำสเปซแบล็ค ขนาด 42 มม. พร้อมสายสแตนเลสสตีลแบบ Link Bracelet สีดำสเปซแบล็ค สนนราคา 41,500 บาท






Watch Edition
- เป็นรุ่นที่แพงที่สุด ตัวเรือนเป็นทองคำ 18 กะรัต มีขนาด 38 มม. ด้วยกัน 42 มม. หน้าจอ Retina พร้อม Force Touch กระจกแซฟไฟร์ พร้อมกับฝาหลังแบบเซรามิก
- ตัวเรือนมี 2 สี คือ สีโรสโกลด์ และ สีเยลโลว์โกลด์
- รุ่นถูกสุดของโมเดลนี้คือ ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต สีโรสโกลด์ ขนาด 38 มม. พร้อมสายแบบ Sport Band ค่า 395,000 บาท
- รุ่นแพงสุดของโมเดลนี้คือ ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต สีเยลโลว์โกลด์ ขนาด 38 มม. พร้อมสายแบบ Modern Buckle สนนราคา 660,000 บาท




อุปกรณ์เสริม ศักยซื้อเพิ่มได้
- สายแบบ Sport Band ยาง Fluoroelastomer พร้อมตัวล็อคแบบเสียบหมุดแล้วสอดสาย สนนราคา 1,900 บาท
- สายแบบ Milanese Loop สแตนเลสสตีลแบบถักพร้อมตัวล็อคแม่เหล็กแบบปรับได้ ราคา 5,900 บาท
- สายแบบ Classic Buckle สายหนังดัตช์ที่สะบัดลวดลายพร้อมตัวล็อคแบบสแตนเลสสตีล ราคา 5,900 บาท
- สายแบบ Leather Loop สายบุหนัง Venezia พร้อมตัวล็อคแม่เหล็กแบบปรับได้ ราคา 5,900 บาท
- สายแบบ Modern Buckle หนัง Granada ที่เรียบสวยพร้อมตัวล็อคแม่เหล็กสองชิ้น สนนราคา 9,500 บาท
- สายแบบ Link Bracelet ผลิตจากโลหะผสมสแตนเลสสตีล 316L พร้อมตัวล็อคแบบปีกผีเสื้อที่เราออกแบบมาเพราะเฉพาะ ค่า 16,900 บาท
- USB Power Adapter ขนาด 5 วัตต์ ราคา 690 บาท (มีมาในกล่องอยู่แล้ว)
- สายชาร์จแบบแม่เหล็กเพราะว่า Apple Watch (1ม.) สนนราคา 1,090 บาท
- สายชาร์จแบบแม่เหล็กเนื่องด้วย Apple Watch (2ม.) มูลค่า 1,490 บาท (มีมาในกล่องอยู่แล้ว)
- Apple USB Power Adapter ขนาด 12 วัตต์ สนนราคา 690 บาท


ที่มา: http://thaizones-hitech.blogspot.com/