วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ไม่น่าพลาด !! iPhone 6 เปิดตัวกันยายนนี้

ไม่น่าพลาด !! iPhone 6 เปิดตัวกันยายนนี้
เว็บไซต์ Macrumors อ้างว่าได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ระบุว่าการขนส่ง iPhone 6 จากประเทศจีนไปยังสหรัฐอเมริกา จะเกิดขึ้นในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม ฉะนั้นโอกาสที่  จะเปิดตัว iPhone6 จะอยู่ที่สัปดาห์แรกหรือสัปดาห์ที่สองของเดือนกันยายน ก่อนจะทำการส่งมอบให้กับลูกค้าที่สั่งจองและเปิดขายให้กับลูกค้าในร้านขายปลีกของบางประเทศหลังจากเปิดตัวหนึ่งสัปดาห์
ซึ่งเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นสอดคล้องกับช่วงการเปิดตัว iPhone 5, 5c และ 5s ซึ่งจะเปิดในสัปดาห์ที่สองของเดือนกันยายน ก่อนจะวางจำหน่ายจริงในบางประเทศในสัปดาห์ต่อมา
แต่ขณะเดียวกันการเปิดตัว iPhone 6 ยังไม่แน่ชัดว่าจะมาพร้อมกันสองรุ่นหรือไม่ ทั้งขนาด 4.7 และ 5.5 นิ้ว ซึ่งข่าวลือก่อนหน้าระบุว่าการเปิดตัวจะเป็นวันที่ 25 กันยายนนี้ แต่สื่อบางรายทำนายว่าอาจอยู่ในวันที่ 12, 19 และ 26 กันยายนนี้
สำหรับรายละเอียดของ iPhone 6 คร่าวๆจะมีขนาดหน้าจอแสดงผล 4.7 กับ 5.5 นิ้ว ใช้ชิปประมวลผล A8
ที่มา Macrumors
สนับสนุนเนื้อหา: Arip
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ระวัง Smartphone ก๊อบปี้จากจีนวางขายพร้อม Malware ในเครื่องมาจากโรงงาน

ระวัง Smartphone ก๊อบปี้จากจีนวางขายพร้อม Malware ในเครื่องมาจากโรงงาน
ปัญหาเรื่อง Malware ใน Android นั้นมีไม่จบไม่สิ้นครับ เนื่องจาก Android เป็นระบบปฎิบัติการสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่มีคนใช้มากที่สุด จึงทำให้ตกเป็นเป้าหมายของผู้ไม่ประสงค์ดีทั้งหลายที่จะเข้ามาโจรกรรมข้อมูลภายในอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยในปัจจุบันนี้ Malware บนระบบปฎิบัติการ Android ได้ก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วยการฟังตัวมาในเครื่องตั้งแต่ออกจากโรงงานเลยครับ ซึ่งเครื่องที่มีปัญหานี้เป็นเครื่องจากบริษัทผู้ผลิตจีนที่ก๊อบปี้รูปร่างหน้าตาของเครื่องมาจากSamsung Galaxy S4 แบบแยกกันไม่ออก โดยใช้ชื่อรุ่นว่า Star N9500 ครับซึ่งวางขายทั่วไปในร้านค้าออนไลน์ด้วยราคาเพียง $217 หรือประมาณ 7,161 บาท ผู้ที่ค้นพบ Malware ตัวนี้เป็นนักวิจัยจาก G DAta ซึ่งให้รายละเอียดไว้ว่า Malware ตัวนี้ทำงานในลักษณะของ Trojan ซึ่งถูกตั้งชื่อว่า Uupay.D ครับ
Uupay.D สามารถที่จะสะสมและคัดลอกข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานจากโทรศัพท์ได้ ที่น่ากลัวไปกว่านั้นมันยังสามารถที่จะสั่งเปิดไมค์เพื่อที่จะคอยติดตามการสนทนาของคุณเมื่อมีการใช้งานโทรศัพท์หรือแม้กระทั่งไม่ได้ใช้งานก็สามารถที่จะทำได้ครับ Uupay.D ยังสามารถที่จะส่งข้อความไปยังบริการพรีเมี่ยมต่างๆ ได้เองโดยที่ผู้ใช้งานไม่สามารถรู้ตัวได้เลยครับ G Data ยืนยันว่า Malware ตัวนี้เป็นโค้ด Malware ที่มาจากบริษัทผู้ผลิตโดยตรง โดยโค้ดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Firmware ด้วยทำให้ยากต่อการกำจัดครับ ทั้งนี้ Star N9500 ถือเป็น smartphone เครื่องแรกที่มาจากผู้ผลิตนี้ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดที่จะป้องกันคือไม่หลงซื้อ smartphone ตัวนี้หรือ smartphone ที่มาจากผู้ผลิตใหม่ที่มีราคาถูกผิดปกติครับ
ที่มา : bgr
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ห้ามทำแบบนี้! ถ้าไม่อยากให้แบตเตอรี่บน สมาร์ทโฟน และ แท็บเล็ต เสื่อมเร็ว

ห้ามทำแบบนี้! ถ้าไม่อยากให้แบตเตอรี่บน สมาร์ทโฟน และ แท็บเล็ต เสื่อมเร็ว

นอกจากปัญหาเรื่อง แบตหมดเร็ว จะเป็นจุดอ่อนที่ผู้ใช้ทั้ง สมาร์ทโฟน และ แท็บเล็ต กังวลแล้ว เรื่องของ แบตเสื่อมเร็วก็ ถือว่า เป็นปัญหาที่ผู้ใช้หลายราย กำลังเผชิญอยู่ด้วยเช่นกัน มีหลายท่านที่ใช้โทรศัพท์ได้ไม่ถึงปี กลับเกิดปัญหาเรื่องของ แบตเสื่อม แถมยังโทษ สมาร์ทโฟน ที่ซื้อมาด้วยว่า ไม่ดี ใช้ไม่ทน แต่กลับไม่ได้มองว่า
เรามีพฤติกรรมการใช้ สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต อย่างไร ถูกต้องหรือไม่ โดยในวันนี้ ทีมงาน techmoblog มีวิธีการดูแลแบตเตอรี่ให้เสื่อมช้าลง ด้วยการ ห้ามทำ พฤติกรรมแบบนี้ กับ สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต ของเรา จะมีข้อห้ามอะไรบ้าง มาชมกันเลยดีกว่าครับ
การชาร์จแบตเตอรี่
การชาร์จแบตเตอรี่ ถือว่า เป็นปัจจัยหลักที่จะบ่งบอกได้ว่า แบตเตอรี่จะใช้ได้ยาวนาน หรือเสื่อมเร็วขึ้นกว่าเดิม สำหรับแท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน นั้น ควรจะปล่อยให้พลังงานแบตเตอรี่ เหลือเกิน 50% จะดีที่สุด ยิ่งเราปล่อยให้แบตเตอรี่เหลือ 0% บ่อยๆ ยิ่งทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วมากขึ้นเท่านั้น และที่สำคัญ อย่าพยายามชาร์จจนเต็ม 100% เพราะนั่นก็คือเป็นสาเหตุที่ทำให้ แบตเตอรี่ค่อยๆ เสื่อมอายุลง ฉะนั้น ถ้าหากแบตเตอรี่ลดลงถึงระดับ 40% ก็ควรจะหยิบสายออกมาชาร์จกันได้แล้ว และควรจะชาร์จให้อยู่ที่ระดับ 90% นะครับ อย่าเสียบชาร์จทิ้งไว้ทั้งคืน หรือถ้าต้องการชาร์จให้เต็ม 100% ควรจะทำแค่เดือนละหนก็พอครับ
ความร้อน
หลายๆ ท่านคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า ความร้อน คือศัตรูของแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion เลยทีเดียว ยิ่งเราทำให้ สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต เย็นมากแค่ไหน ก็จะยิ่งยืดอายุของแบตเตอรี่ได้ยาวนานเท่านั้น โดยความร้อนที่ว่านี้ ไม่ได้หมายถึง การชาร์จแบตเตอรี่บ่อยๆ เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงด้านการใช้งานด้วย โดยเฉพาะการเล่นเกม คงจะสังเกตเห็นกันบ้างว่า ถ้าหากเล่นเกมไปนานๆ ตัวเครื่องจะร้อนขึ้น แล้วยิ่งเล่นเกมไปชาร์จไปด้วย จะถือว่า เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้ง่ายเลยทีเดียว ฉะนั้น ขณะที่ใช้งาน ถ้าหากรู้สึกว่า ตัวเครื่องเริ่มร้อน ให้หยุดพักจนตัวเครื่องเย็น แล้วหยิบมาใช้งานต่อ จะช่วยยืดอายุได้นานครับ
อ้อ... อีกอย่างก็คือ การชาร์จแบบไร้สาย จะทำให้แบตเสื่อมได้เร็วกว่า การชาร์จแบบปกติครับ เนื่องจากตัวเครื่อง จะต้องวางอยู่บนแผ่นความร้อนตลอดเวลาที่ทำการชาร์จ ฉะนั้น ถ้าเลี่ยงได้ ควรชาร์จแบตเตอรี่แบบเสียบสายชาร์จ จะดีกว่าครับ
อย่าปล่อยให้แบตหมดจนเหลือ 0%
เลข 0 คืออันตรายสำหรับแบตเตอรี่ครับ ผู้ใช้งานจะต้องคอยสังเกตด้วยว่า อุปกรณ์ของเรา เหลือแบตเตอรี่กี่เปอร์เซ็นต์ อย่าพยายามใช้จนแบตหมด และตัวเครื่องดับลงโดยเด็ดขาด เพราะแบตเตอรี่ประเภท Lithium-ion นั้น เมื่อใดก็ตามที่แบตเหลือ 0% จะเกิดอาการไม่เสถียร และเป็นอันตรายต่อการชาร์จมากทีเดียว
อย่าใช้ที่ชาร์จของปลอม หรือไม่ได้มาตรฐาน
คงจะได้ยินข่าวกันบ่อย เรื่อง iPhone ระเบิดขณะชาร์จ ส่วนใหญ่เป็นเพราะที่ชาร์จแบตเตอรี่ที่ใช้อยู่นั้น เป็นของปลอมนั่นเอง โดยที่ชาร์จของแท้จากผู้ผลิต ปกติแล้วจะมีวงจรตัดกระแสไฟฟ้า เมื่อแบตเตอรี่เต็ม 100% แต่สำหรับที่ชาร์จของปลอมนั้น จะทำการปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าตลอดเวลา ทำให้ตัวเครื่องร้อน และเป็นสาเหตุทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วอีกด้วยครับ
สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

พี่สอนน้อง 10 เหตุผล คนไอทีเลือกงานอย่างไรให้ก้าวหน้า

พี่สอนน้อง... 10 เหตุผล คนไอทีเลือกงานอย่างไรให้ก้าวหน้า
          วันนี้ทางทีมงาน Sanook! Hitech ได้เปิดไปเจอเข้ากับกระทู้ใน Pantip ที่นำประสบการณ์จริง จากการทำงานในวงการไอทีมาแบ่งปันประสบการณ์ให้ได้อ่านกัน ทางทีมงานเห็นว่ามีประโยชน์ไม่มากก็น้อย เลยขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่ออีกทีครับ เริ่มกันเลยดีกว่า
กระทู้นี้ผมอยากจะแบ่งปันประสบการณ์การทำงานด้านไอทีมาเกือบทั้งชีวิต
ขอบคุณที่มาของภาพ: www.softbizplus.com
          1. ประการสำคัญ หากเลือกได้อย่าเลือกทำงานในหน่วยงานที่ไม่ใช่หน่วยงานด้าน IT โดยตรง หรือเป็น จนท. IT เพียงคนเดียวในหน่วยงาน แต่ถ้าเลือกไม่ได้ควรหาทางเดินอื่นเผื่อไว้ อย่าคิดปักหลักในหน่วยงานประเภทนี้ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ในข้อถัดไป

          2. การเป็น จนท. IT ในหน่วยงานที่ไม่ใช่หน่วยงานด้าน IT คุณจะไม่ได้รับความก้าวหน้าใด ๆ เพราะการจะใต่ระดับขึ้นไป เป็นไปได้แค่คนที่อยู่ในสายงานหลักของหน่วยงานนั้น ๆ

          3. คุณจะทำงานเป็นเป็ด คือทำทุกอย่าง แต่ไม่ได้ดีหรือไม่เจาะลึกสักอย่าง นาน ๆ เข้าจะทำให้คุณไม่สามารถพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านได้ ทำให้คุณอาจจะตกจากระดับที่ควรจะเป็น

          4. หากคุณทำงานเป็น จนท. IT ในหน่วยงานที่ไม่ใช่ภาระกิจหลัก คุณมักจะได้รับมอบหมายงานเอกสาร หรืองานด้านอื่น ๆ ที่คุณและ จนท. ไอที ทั่ว ๆ ไปไม่ถนัดเอาเสียเลย และคุณจะทำงานนั้น ๆ ได้ไม่ดีเท่าคนที่จบมาสายงานนั้นโดยเฉพาะ

          5. นอกจากคุณจะต้องทำงานตัวคุณเองแล้ว บ่อยครั้ง ขณะที่งานคุณเร่ง ๆ แต่คุณจะต้องลุกไปดู PC ให้ผู้อื่น หากคุณปฏิเสธว่ากำลังยุ่ง คุณจะถูกตำหนิในใจทันที หากกำลังเขียนโปรแกรมอยู่ กว่าจะไปแก้ปัญหาให้ผู้อื่นเสร็จกลับมาคุณอาจจะต้องเรียบเรียงความคิดคุณ ใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง และเมื่อคุณกำลังจะเริ่มงานต่อ คุณก็จะถูกเรียกไปอีกครั้ง จนวันทั้งวันคุณอาจจะไม่ได้ทำงานของคุณเลย

          6. งานของคุณจะไม่โดดเด่นเหมือนคนอื่น ใจขณะที่คนอื่นเขาจะมีการรับส่งงานผ่านเอกสาร มีการทำงานที่เห็นได้ชัด วิ่งไปถ่ายเอกสาร วุ่นอยู่กับการจัดรูปเล่มรายงานการประชุม นั่งพิมพ์งานจนหัวหมุน ปริ้นงานเป็นร้อย ๆ แผ่น แต่สำหรับ จนท. IT ไม่ว่าคุณจะงานเยอะ งานน้อย ไม่มีงานทำ ยุ่งวุ่นวายรีบเร่งจนไม่มีเวลาลุกไปเข้าห้องน้ำ แต่สายตาเจ้านายจะเห็นเพียงอริยาบทเดียวของคุณคือ นั่งก้มหน้าอยู่ที่หน้าจอ จนบางครั้ง (บ่อยครั้ง) ดูเหมือนคุณไม่มีงานทำ ประสบการณ์ของผม ผมเคยโดนประเมินต่ำกว่าเพื่อนร่วมงาน เพราะเหตุผลที่บอกว่า ผมไม่ทุ่มเทกับงาน ด้วยเหตุผลนี้ เพราะว่าไม่ว่าเราจะยุ่งยากเพียงใด ท่าทางของเราก็ยังคงเดิมคือนั่งกล้มหน้างุด ๆ อยู่หน้าคอม ???

          7. การพัฒนาโปรแกรม พัฒนาระบบของคุณ จะไม่มีค่าไปมากกว่ารายงานการประชุม 1 ฉบับ เพราะเจ้านายที่ไม่ใช่คนในสายงาน IT จะไม่รู้ว่า Web Application หนึ่งระบบ หน้าเว็บเพจหนึ่งหน้า การประมวลผลข้อมูลในฐานข้อมูล มันยากและมีขั้นตอนเพียงใด ดังนั้นบ่อยครั้งที่คุณมุ่งมั่นพัฒนาระบบด้วยความภูมิใจ แต่อาจจะได้ผลตอบรับเพียงเล็กน้อย หรือไม่ได้เลย

          8. ข้อเสียของ จนท. IT หรือคนสายงานนี้ คือ มักจะพูดกับคอมฯ เก่งกว่ากับคน จึงทำให้เข้ากับผู้อื่นได้ไม่ดีนัก (ขึ้นอยู่กับนิสัยพื้นฐานของแต่ละบุคคลด้วย) ดังนั้น อย่าน้อยใจหากว่าคุณทำงานมากมาย แต่เจ้านายกลับมองว่าคุณไม่มีงานอะไรทำ หากจะแก้ปัญหานี้ต้องหาวิธีโปรโมทงานของตัวเอง ... ตัวอย่าง หากมีข้อบกพร่องจากระบบอินเทอร์เน็ต ทำให้เว็บไซต์ของหน่วยงานเข้าไม่ได้ ต้องทำเป็นหนังสือแจ้งเจนายถึงเหตุผล เพราะถ้าเงียบไปเฉย ๆ เขาก็จะคิดว่าเป็นความผิดของคุณ และจะฝังใจไปอย่างนั้นว่าคุณไม่ได้เรื่อง เขาไม่เสียเวลามาถามคุณหรอก หากมีข้อผิดพลาดในงาน แต่ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของคุณต้องแจ้งเจ้านายทราบเสมอ อย่าคิดว่าเขาจะเข้าใจได้เอง

          9. ระบบที่คุณดูแลอยู่อาจจะไม่เคยเสียเลยเป็นปี ๆ แต่ถ้าวันใดมันเสีย เจ้านายจะไม่จำเวลาเป็นปี ๆ นั้นแต่เขาจะฝังใจว่า ระบบเราห่วยไม่ได้เรื่อง จากวันเดียวที่มันเสียนั่นแหละ

          10. ไม่ว่าระบบคุณจะออกแบบมาดีอย่างไร Application ของคุณจะรัดกุมแค่ไหน User มักจะใช้งานผิด ๆ ได้เสมอ .. และเมื่อเหตุการณ์นี้ขึ้น เจ้านายมักจะไม่คิดว่า User ใช้งานผิด แต่จะด่าคุณก่อน ผมเคยโดนตำหนิว่า Web Application ของผมมันแนบไฟล์ไม่ได้ ซึ่งผมทำลองแล้วทดลองอีก ว่ามันแนบไฟล์ได้ ให้คนนั้นคนนี้ทดลองก็ทำได้หมด ยกเว้น user คนหนึ่งที่แนบไม่ได้ ผมก็แจ้งไปว่าระบบปกติ แต่กลับโดนตำหนิว่า ถ้าปกติ ทำไม User คนนั้นใช้งานไม่ได้ ... แน่นอนที่สุด หาก User คนนั้นเป็นคนที่สูงกว่าคุณ เป็นผู้บริหาร เจ้านายจะไม่ฟังคุณ

          ฝากไว้ครับเผื่อจะเป็นประโยชน์กับท่านใดบ้าง นำมาจากประสบการณ์จริง ใครเจออย่างผมก็มาแบ่งปันประสบการณ์กันได้นะครับ สำหรับผมที่เขียนตรงนี้ก็เพื่อระบายอะไรบางอย่าง ที่เรารู้สึกว่าเราทุ่มเทจนสุดความสามารถที่เรามี แต่กลับไม่ได้รับการตอบแทนใด ๆ แถมยังโดนตำหนิ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะอายุเยอะแล้ว จะเปลี่ยนงานตอนนี้มันก็สายเกินไป ต้องก้มหน้ายอมรับต่อไป ก็เลยอยากจะแบ่งปันเผื่อน้อง ๆ ที่อาจจะเจอปัญหาเดียวกัน หากอายุไม่เยอะ แนะนำว่าเปลี่ยนงานไปอยู่หน่วยงานที่ปฏิบัติงานด้าน IT โดยตรงจะดีกว่า

ขอบคุณที่มา: แมวเหมียวขี้อ้อน จากเว็บไชต์ pantip.com

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

WhatsApp หายไปจาก Windows Phone Store

WhatsApp หายไปจาก Windows Phone Store
          อยู่ๆ แอพแชทที่ยังคงฮิตในฝั่งยุโรปและอเมริกาอย่าง WhatsApp ก็ถูกเอาออกจาก Windows Phone Store ไปเสียดื้อๆ โดยทาง WhatsApp บอกว่าเป็นการเอาออกชั่วคราว โดยผลการค้นหาบนสโตร์ทั้งของไทยและต่างประเทศจะขึ้นว่า ไม่พบแอพใดๆ ที่เกี่ยวข้อง (Couldn\\\\\\\'t find any relevant apps)
          ทั้งนี้ทาง WhatsApp บอกว่าสาเหตุที่นำออกเป็นเพราะปัญหาด้านเทคนิค แต่ทางสื่อคาดว่าสาเหตุมาจากการที่แอพทำงานได้ไม่เสถียรบน Windows Phone 8.1 จึงถูกนำออกจากสโตร์ ซึ่งขณะนี้ทาง WhatsApp กำลังดำเนินการแก้ไข และจะออกเวอร์ชันใหม่เร็วๆ นี้

ที่มา - PhoneArena, Windows Phone Central
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
บทความโดย: 

วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

สร้างแรงบันดาลของคุณ ด้วยภาพถ่ายที่สวยงามทั่วโลก

สร้างแรงบันดาลของคุณ ด้วยที่สวยงามทั่วโลก

DCM144.hotshots.So_fast
So Fast!
ฉันถ่ายภาพนี้จากสวนสนุก ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ท้าทาย เนื่องจากมีผู้คนอยู่มากมายเต็มไปหมด แต่ฉันทำการกางขาตั้งกล้องไว้บนถังขยะใบใหญ่ เพื่อใช้ค่าความเร็วชัตเตอร์ช้ามากๆ โดยไม่มีใครเดินมาชนกล้องของฉัน”
Canon Rebel T3i เลนส์ Canon 18-55 มม. ตั้งค่าที่ 18 มม. 0.6 วินาที ที่ f/5.6 ISO 100

DCM144.hotshots.Bolton_abbey_1
Autumn Abbey
“ผมถ่ายภาพนี้ด้วยมือโดยไม่ใช้ขาตั้งกล้องในวันที่เต็มไปด้วยหมู่เมฆ กระจายตัวอยู่ทั่วท้องฟ้า แต่โชคดีที่มีแสงส่องทะลุก้อนเมฆลงมา ทำให้สีสันของต้นไม้ใบไม้ดูโดดเด่นขึ้นมาอย่างน่าทึ่ง ผลงานที่ได้นี้ทำให้ผมรู้สึกพอใจมาก เนื่องจากมันเกิดจากจังหวะเวลาที่ลงตัวพอดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ”
Canon EOS 500D เลนส์ 18-55 มม. ตั้งค่าที่ 30 มม. 1/160 วินาที ที่ f/9 ISO 200

DCM144.hotshots.cupboard_fulvio_silvestri
Memento
“ตู้โชว์ของนี้ถูกตั้งอยู่ในร้านกาแฟบนเกาะเล็กๆ ของ Flatey, Iceland โดยที่ทุกๆ สิ่งในร้านนี้มีการผสมผสานระหว่างอดีตและปัจจุบันได้อย่างลงตัว
Nikon D700 เลนส์ Nikkor 24-70 มม. f/2.8 ตั้งค่าที่ 66 มม. 1/125 วินาที ที่ f/2.8 ISO 640
DCM144.hotshots.budapest
Budapest III
“ผมถ่ายภาพนี้มาจาก Dohany Street Synagogue, Budapest ประเทศฮังการี ผมต้องใช้มือถือกล้องเพื่อถ่ายภาพเนื่องจากไม่อนุญาตให้ใช้ขาตั้งกล้องในการ ถ่ายภาพ ซึ่งทำให้ผมได้มีโอกาสทดลองใช้งานกล้อง EOS 5D Mark II และเลนส์ 16-35 มม. ในสภาพแสงน้อย”
Canon EOS 5D Mark II เลนส์ Canon EF 16-35 มม. f/2.8 L II ตั้งค่าที่ 16 มม. 1/60 วินาที ที่ f/3.5 ISO 1600
DCM144.hotshots.ashappleton
Hidden Smile
“ฉันสังเกตเห็นเด็กสาวคนนี้นั่งอยู่บริเวณข้างๆ บ้านพักใน Panama และโชคดีที่อยู่ดีๆ เด็กน้อยคนนี้ก็เดินเข้ามาหาฉันด้วยความสนใจ และมานั่งอยู่ข้างๆ ฉัน ทำให้ฉันต้องรีบนั่งลงมาถ่ายภาพในระดับเดียวกันเพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่ดูเป็น ธรรมชาติ และมีพลังดึงดูดสายตาเป็นอย่างดี”
Canon EOS 5D Mark II เลนส์ EF 25-105 มม. f/2.8 L ตั้งค่าที่ 105 มม. 1/60 วินาที ที่ f/4.5 ISO 200
DCM144.hotshots.nejecbolepicTired Old Lady
“ผมถ่ายภาพนี้ระหว่างเดินอยู่บนถนน ของกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม หญิงชราคนนี้นั่งขายสินค้าที่ระลึกอยู่ริมแม่น้ำ ซึ่งภาพนี้ถูกถ่ายมาง่ายๆ ไม่มีเทคนิคมากมาย โดยมีการปรับแต่งภาพเพิ่มเติมในภายหลังอีกเพียงเล็กน้อย”
Nikon D700 เลนส์ Sigma 70-200 มม. f/2.8 ตั้งค่าที่ 150 มม. 1/1,250 วินาที ที่ f/4 ISO 400
สนับสนุนเนื้อหา: www.digitalcamera-thailand.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> thaizones-hitech.blogspot.com

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เงิบ!! ภาพหลุด Samsung Galaxy S5 Prime เป็นของปลอม!

!! ภาพหลุด Samsung S5 Prime เป็นของปลอม!

          วันนี้ทีมงาน Sanook! Hitech มีข่าวอัพเดทล่าสุดสดๆร้อนๆกันเลยทีเดียวกับข่าวของ Samsung Galaxy S5 Primeที่พึ่งหลุดออกมาเมื่อวานนี้เองครับ โดยภาพหลุดที่ออกมานั้นมีผู้คนไม่น้อยที่หลงเชื่อไปแล้ว และบางคนก็พิสูจน์จนในที่สุดก็พบความจริงว่า ภาพหลุดนี้เป็นของปลอม!
          ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่านี่คือภาพหลุดของ Samsung Galaxy S5 Prime หรือ สมาร์ทโฟนเรือธงจากค่าย Samsung ตัวต่อไปที่มีความแตกต่างไปจากเดิมอย่างมากทั้งวัสดุที่ใช้จะเป็น โลหะแบบ Unibody และขนาดของตัวเครื่องที่เปลี่ยนไปเพราะมีความหนามากขึ้น และขอบกินเข้ามาในหน้าจอมากขึ้น อีกทั้งสเปคที่หลุดออกมาอย่างโจ่งครึ้มกันเลยทีเดียวสเปค
Samsung Galaxy S5 Prime 
          - ขนาดหน้าจอ 5.2 นิ้ว (ความละเอียด 1440x2560 พิกเซล 564 ppi , ละเอียดระดับ QHD)
          - หน่วยประมวลผล Snapdragon 805 Quad Core CPU หรือ Exynos 5430 Octa Core CPU
          - หน่วยประมวลผลภาพ Adreno 420 GPU
          - แรม 3GB
          - กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
          - กล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
          - รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.4.2 KitKat
          แต่เรื่องราวกับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เมื่อมีคนพิสูจน์ออกมาแล้วว่าภาพดังกล่าวนั้นเป็นภาพตัดต่อ Samsung Galaxy Note 3 ด้วยโปรแกรม Photoshop ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง Samsung ได้พูดเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนที่มีความชัดของหน้าจอระดับ QHD และพูดถึง Samsung Galaxy S5 Prime ซึ่งกล่าวอย่างเป็นนัยๆอีกว่าจะเปิดตัวในเดือน มิถุนายน นี้ 
          ซึ่งอีกไม่กี่นาทีต่อมาหลังจากนั้นภาพที่หลุดออกมานี้ก็ปรากฏขึ้นตามเว็บไซต์ต่างๆและอ้างว่านี่คือภาพหลุดของSamsung Galaxy S5 Prime ซึ่งหากมองรูปนี้ผ่านๆแล้วก็คงจะเชื่ออย่างง่ายดายเลยว่า นี่มันคือภาพหลุดจริงๆ!
          แต่หากดูดีดีก็จะสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติของภาพ เมื่อซูมภาพเข้าไปที่นิ้วมือก็จะเห็นว่าชิ้นส่วนโลหะที่ถูกนิ้วบดบังนั้นเป็นสีเดิมของภาพที่ถูกปิดไม่มิด นอกจากนี้ลำโพงด้านบน ปุ่มโฮม และด้านหน้าทั้งหมดของโทรศัพท์ที่อยู่ในภาพนี้ก็ยังเหมือนกับ Samsung Galaxy Note 3 เป๊ะเลย 
          จากข่าวที่ออกมาก็ทำให้หลายๆคนเงิบกันเลยทีเดียวนะครับ เนื่องจากภาพที่ได้มานั้นดูผิวเผลินแล้วก็ไม่แปลกอะไรเหมือนภาพหลุดๆทั่วๆไป แต่กลับมีคนนำไปพิสูจน์และหาคำตอบออกมาให้พวกเราได้ทราบกันว่า นี่มันภาพหลุดปลอมชัดๆ!
ที่มา : phonearena
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> thaizones-hitech.blogspot.com